แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หุ้นและการลงทุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หุ้นและการลงทุน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แนะนำการลงทุนใน “กองทุนรวม” KTSE (KTAM) เบื้องต้น


ผลตอบแทนจากการลงทุนใน “กองทุนรวม”

เข้าสู่เรื่องการลงทุน ผมก็ขอชงเรื่องเกี่ยวกับผลตอบแทนที่ได้จากกองทุนรวมที่ผมได้ซื้อไว้ ซึ่งก็ได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจครับ ^_^

กองทุนรวมที่ผมซื้อไว้เป็นของธนาคารกรุงไทย ที่เรียกว่า KTAM โดยมีหลากหลายกองทุนให้เลือกซื้อเลือกลงทุน สำหรับผมเองก็ได้ซื้อไว้หลายกองทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง บางกองทุนเลือกซื้อไว้สะสมมูลค่า บางกองทุนก็ไว้รับปันผล ซึ่งก็มีดังนี้ครับ

ล่าสุด! ผมเพิ่งได้เงินปันผลจาก KTSE ประมาณ 308.39 บาท (หักภาษีแล้ว) ในรอบเดือน ม.ค. – เม.ย. ในรอบนี้ประกาศจ่ายเงินปันผลหน่วยละ 0.75 บาท นอกจากนี้ ผมก็เพิ่งซื้อกองทุน KT-HIDIV ไปไม่กี่วัน ก็ได้รับเงินปันผลมาประมาณ 50 บาท ด้วยเช่นกัน ซึงเป็นช่วงที่กองทุนนี้กำลังดำเนินการจ่ายเงินปันผลพอดี

แนะนำการลงทุนใน “กองทุนรวม” เบื้องต้น

มีเพื่อน ๆ ของผม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเก่า เพื่อนแก่ เพื่อน ๆ ใน Facebook ต่างก็พากันสนใจในกองทุนรวมที่ผมได้นำเสนอไปในโซเชียลก่อนที่จะเขียนหนังสือเล่มนี้ คราวนี้ผมก็ขอแนะนำการลงทุนในกองทุนรวมเบื้องต้น เพื่อให้เพื่อน ๆ นำไปต่อยอดได้ด้วยตนเองต่อไป

ผมขอยกตัวอย่างกองทุนรวม KTSE ของธนาคารกรุงไทย เพราะว่าผมใช้บัญชีออมทรัพย์ของธนาคารนี้อยู่ก็เลยต่อยอดโดยการซื้อกองทุนรวมแห่งนี้ซะเลย และผมคิดว่าทุกอำเภอ ทุกจังหวัด คงจะมีธนาคารนี้เช่นกัน

ผมเริ่มต้นด้วยการศึกษาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตของธนาคารกรุงไทย ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย เนื่องจากผมมีบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารเหล่านี้อยู่ซึงจะทำให้ผมสะดวกในการเปิดบัญชีกองทุน จริง ๆ แล้วก็มีกองทุนรวมอยู่หลายเจ้าที่ผมสนใจ แต่เดี๋ยวเอาไว้มีเวลาที่เหมาะสมก่อน แล้วค่อยขยับขยายต่อไปครับ

ผมศึกษาข้อมูลประมาณสองเดือน เปรียบเทียบแต่ละกองทุนว่ามีการซื้อขายครั้งแรกเท่าไร ครั้งต่อไปเท่าไร สับเปลี่ยนกองทุนมีค่าธรรมเนียมเท่าไร และข้อมูลอื่น ๆ ที่หาอ่านได้จาก Fund Fact Sheet ของแต่ละกองทุน

จากนั้นก็ตัดสินใจซื้อกองทุนรวม ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โดยผมถือสมุดบัญชีออมทรัพย์ไปธนาคารกรุงไทยเพื่อขอเปิดบัญชีกองทุนรวม จะได้มีสมุดไว้ซื้อขายกองทุน แต่ผมก็ไปซื้อกองทุน KTSS ไว้ประมาณ 500 บาทก่อน แล้วผมก็ซื้อ KTSE ผ่านออนไลน์ ทำให้ผมสะดวกในการสั่งซื้อกองทุนและไม่เสียเวลาเดินทางไปธนาคารอีกด้วย

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนรวม เปิดอ่านได้ที่ภาคผนวก นะครับ

หากสนในบทความเหล่านี้
ทิ้งเมล์ไว้ในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ผมจะส่งบทความให้ในเมล์ของทุกคนครับ


วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เผยอีสานครองแชมป์ออมมากสุด ยอดสมาชิกรวมกว่า 400,000 เงินกองทุนใกล้แตะพันล้าน



โฆษกรัฐบาลแจง 1 พ.ค. ดีเดย์ขยายเวลาให้บริการสมัครกองทุนการออมแห่งชาติ เสาร์-อาทิตย์ เผยอีสานครองแชมป์ออมมากสุด ยอดสมาชิกรวมกว่า 400,000 เงินกองทุนใกล้แตะพันล้าน นายกฯพอใจพี่น้องเกษตรกร และนักเรียนนักศึกษาใช้ประโยชน์จากกองทุน

วันที่ 23 เมษายน 2559 พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จะขยายเวลาการให้บริการพี่น้องประชาชนที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิกกองทุน จากเดิมที่ให้บริการในวันจันทร์ ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.30-19.00 น. เป็นการให้บริการตามเวลาเปิด-ปิด ของธนาคารแต่ละสาขาทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้สามารถสมัครในวันเสาร์-อาทิตย์ ได้ด้วยสำหรับสาขาธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่เปิดตามห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงานต่างๆ ที่ให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์

“นโยบายนี้มีขึ้นเพื่ออำนวยให้แก่พี่น้องประชาชนสามารถสมัครเป็นสมาชิก กอช. ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มให้บริการระบบใหม่นี้ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป ทั้งนี้นับแต่เปิดรับสมัครสมาชิกกองทุน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 พบมียอดสมาชิกรวม 417,460 คน โดยมียอดเงินสะสม 641,289,996 บาท ยอดสมทบโดยรัฐบาล 316,812,524 บาท คิดเป็นจำนวนเงินกองทุนรวม 958,102,520 บาท”

พลตรี สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สมาชิกกองทุนส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นร้อยละ 51.2 ของจำนวนสมาชิกกองทุนทั้งหมด รองลงมาคือภาคกลาง ร้อยละ 19.7 และภาคเหนือ ร้อยละ 10.2 โดยหากจำแนกตามอาชีพของสมาชิกแล้ว พบว่า กลุ่มพี่น้องเกษตรกรเป็นกลุ่มที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 68.8 ของสมาชิกทั้งหมด หรือคิดเป็นจำนวนพี่น้องเกษตรกรกว่า 287,000 คน รองลงมาคือ อาชีพค้าขาย ร้อยละ 12.1

“ท่านนายกรัฐมนตรี รู้สึกยินดีอย่างมากที่เห็นพี่น้องเกษตรกรใช้ประโยชน์จากกองทุนจำนวนมาก เพราะเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล และกองทุนฯ คือการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมสร้างหลักประกันในชีวิตให้ตนเอง เพื่อให้มีเงินเลี้ยงดูตัวเองเป็นประจำทุกเดือนเมื่อเกษียณอายุโดยรัฐบาลร่วมสมทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ยังพบว่า มีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาร่วมเป็นสมาชิกประมาณ 9,000 คน ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีที่เห็นคนรุ่นใหม่ใส่ใจการออม ตั้งใจสร้างหลักประกันในอนาคตให้ตัวเอง และที่สำคัญยิ่งออมเร็ว ยิ่งได้รับเงินเกษียณมากขึ้นตามระยะเวลาและจำนวนการออม”

ทั้งนี้ ยอดสมาชิกจำแนกเป็นการสมัครผ่าน ธ.ก.ส. จำนวน 224,828 ราย ธนาคารออมสิน 156,112 ราย ธนาคารกรุงไทย 27,616 ราย และโอนจากสำนักงานประกันสังคมอีก 10,224 ราย


ที่มา
http://www.thaigov.go.th/index.php/th/government-th1/item/102477-id102477

เว็บไซต์ของ "กองทุนการออมแห่งชาติ"







วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ผมซื้อกองทุนรวม. เพราะไม่มีเวลามานั่งเทรด !

ที่ผมเลือกลงทุนในกองทุนรวม  เพราะไม่มีเวลามานั่งเทรด ไหนจะงานประจำและสิ่งที่อยากทำในชีวิตอีกมากมาย

ผู้ประสบผลสำเร็จหรือมีเงินเหลือใช้  เขาแนะนำว่าทำงานวันละ  4 ชม. ก็เพียงพอ  ที่เหลือ  Outsource  ให้หมด และทำให้ทุกสิ่งเป็น  Automation แล้วเราก็ไปใช้ชีวิตพัฒนาระบบหรือทำเรื่องราวที่เป็นแกนหลักให้เงินเข้ามาเยอะๆดีกว่า

ผมก็ทดลองทำแบบนั้นเช่นกัน  ซื้อกองทุนรวมเพื่อให้  บลจ. ไปทำงานให้ผม  ผมก็นั่งอ่านหนังสือ  เล่นเน็ต  ท่องเที่ยว เล่นดนตรี  ถ่ายภาพ  อบรมสัมมนา  ทำงานประจำ เป็นต้น

มือใหม่อย่างผม  ยังต้องเรียนรู้หลายสิ่ง  ตอนนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

หากมือใหม่คนไหนสนใจ  ก็เข้ามาสนทนากันนะครับ




วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เงินเดือน 15000 รวยได้ สบายดี


ตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย  เงินเหลือเก็บยังไม่มีสักบาท  บางครั้ง..อาจหมดก่อนสิ้นเดือน  แทบสิ้นใจ  ไวไว  มาม่า เป็นอาหารหลักประทังชีวิตไปให้รอด  เพื่อรอเงินจากทางบ้านโอนมาให้ +!!+

หลังจากผมเรียนจบ สมัครงานและได้ทำงานครั้งแรก  ก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้ทำงาน  พอผ่านไปสักพักอาจจะมีอาการเบื่องานบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ  แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องเปลี่ยนงานใหม่  ตอนที่ผมชั่งใจในเรื่องนั้น  ก็ฉุกคิดได้และปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่  ให้สามารถทำงานไปได้อย่างราบรื่นและสนุก  ปล่อยวาง  ไม่เครียดไปกับสถานการณ์เหล่านั้น  ส่วนเงินเดือนที่ได้มาก็เหลือเก็บ  เพราะเปลี่ยนมุมมอง  นั่นเอง ???  

ตอนนั้นก็นั่งคิดวิเคราะห์  เขียนทุกอย่างลงในกระดาษ  ทำการคำนวณด้วยสมการต่าง ๆ ว่าจะทำอย่างไรให้เงินเดือน  15000 บาท  ได้เติบโตและงอกเงย  ???

ผมก็เริ่มค้นคว้า  ศึกษา  เรื่องราวการลงทุนต่าง ๆ ก็ไปพบกับกองทุนรวม ที่เปิดโอกาสให้เราซื้อขายเริ่มต้นเพียง 500-1000  บาท มีให้เลือกหลากหลาย  เช่น  มีปันผล  เพิ่มมูลค่า  ซื้อขายกินส่วนต่างของเงินต้น  เป็นต้น  ซึ่งมันตรงกับความเป็นไปได้ที่ตัวผมเป็นอยู่ตอนนี้

ถ้าผมซื้อกองทุนเดือนละ 1000 บาท  คิดเป็นเพียง  1000/15000 x 100% = 6.67%  เท่านั้น  ส่วนที่เหลือ 14000 บาท  ก็นำไปจ่ายค่าห้อง  ค่ากิน  บัตรเครดิต/สินเชื่อ  เพื่อให้อยู่รอดก็เพียงพอแล้ว  ผมจะใช้วิธีนี้ในช่วงที่ต้องจ่ายบัตรเครดิต/สินเชื่อ  เพราะว่าช่วงนี้จะต้องทำให้ตัวเองมีสภาพคล่องให้มากที่สุด  คือ  จะเก็บเงินไว้ลงทุนด้วยส่วนหนึ่ง  500 บาท 1000  บาท  ก็แล้วแต่  และส่วนหนึ่งก็ทยอยจ่ายบัตรเครดิต/สินเชื่อเพื่อไม่ให้เกิดภาระหนักเกินไปในเดือนนั้น ๆ  ส่วนที่เหลือก็จ่ายค่าห้อง  ค่ากิน  เพียงเท่านี้...ชีวิตก็อยู่ได้แล้ว

มาต่อเรื่องกองทุนที่ผมซื้อไว้  ....


ถ้าผมซื้อแบบเดิมและคงที่เดือนละ 1000 บาท  ใน  1 ปี  
ผมจะมีเงินในกองทุน  12x1000 = 12000 บาท  
ถ้าช่วงนั้นซื้อกองทุนช่วงนั้นหน่วยละ  10 บาท(โดยประมาณ)  
ผมจะได้หน่วยลงทุน  12000/10 = 1200 หน่วย  
ถ้าช่วงนั้นกองทุนจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 1 ประมาณ 0.5 บาท/หน่วย  
ผมจะได้เงินปันผล 1200x0.5 = 600 บาท
ถ้าในปีเดียวกันจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 2  ประมาณ 0.5 บาท/หน่วย เช่นเดิม
ผมจะได้เงินปันผล 1200x0.5 = 600 บาท
รวมเงินปันผลในปีนั้น  ประมาณ  1200 บาท !!!

ถ้าผมคิดที่  5 ปี ล่ะ ??

ผมจะมีเงินที่ซื้อกองทุนสะสม  1000x12x5 = 60000 บาท
ผมจะมีหน่วยลงทุน  60000/10 = 6000 หน่วย 
ผมจะได้เงินปันผล 6000x0.5 = 3000 บาท  (ถ้าจ่ายครั้งเดียว)
ผมจะได้เงินปันผล 6000x0.5x2 = 6000 บาท  (ถ้าจ่ายสองครั้ง)

รวมรายได้ที่เกิดการซื้อกองทุนในเวลา 5 ปี  คือ   60000+6000 = 66000  บาท

การคำนวณที่เกิดขึ้นนี้อาจจะเป็นแค่เพียงเงินลงทุนขั้นต่ำของใครหลาย ๆ คน  บางช่วงเราอาจจะได้เงินโบนัส  เราก็มาแบ่งการลงทุนก็ได้หรือจะจัดเต็มกองทุนเดียวก็ได้  อันนี้แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคนครับ  เงินที่เกิดจากการซื้อกองทุนก็ได้เพิ่มมากขึ้น 

ถ้าหากเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว .... 
ดอกเบี้ยเงินฝากสู้ไม่ได้เลยละครับ  !!!

เช่น  ถ้า 5 ปี  ผมมีเงินออมที่  60000 บาท  ดอกเบี้ยเงินฝากร้อยละ 0.5 ผมจะได้ดอกเบี้ยเพียง  60000*0.5/100 = 300 บาท  เท่านั้น !!!

จะเห็นว่า  เงินปันผล VS ดอกเบี้ยเงินฝาก   แตกต่างกัน...ราวฟ้ากับเหวเชียวล่ะ  

เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว  หลาย ๆ คนคงจะเกิดความชะล่าใจ  ฉุกคิด  แล้วล่ะสิ  ....  
ถ้าหากจะลงทุนจริง ๆ ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ  หรือติดตามบล็อกของผมแห่งนี้  หรือเขียนเมล์มาพูดคุยทักทายกันได้ครับ  เผื่อผมมีไอเดียแลกเปลี่ยนกันและกัน

ผู้สำเร็จกล่าวไว้ว่า  ""การลงมือทำ  จะเกิดไอเดียมากกว่าการอยู่เฉย ๆ""

ผมก็อยากแนะนำเช่นนั้น  ...

ขอบคุณที่ติดตามครับ



บทความที่เกี่ยวข้องกัน





วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ลงทุนกองทุนรวม KTSE และ KTSF โดย Topperation (ตอนที่ 3 เดินทางไปซื้อกองทุน)



หลังจากที่ผมได้ศึกษาข้อมูลจนมั่นใจว่าจะตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนนี้ล่ะ  แล้วก็ได้เดินทางไปธนาคาร  สาขาฟิวเจอร์ รังสิต  เพื่อทำการเปิดบัญชีซื้อขายกองทุน  เมื่อ 11/07/15 ... 🐤🐥🐷🐖🐣

เมื่อไปถึงธนาคารกรุงไทย  แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า "ผมมาเปิดบัญชีซื้อกองทุน" เจ้าหน้าที่ก็กดบัตรคิวและขอบัตรประชาชนไปสำเนาเพื่อดำเนินการเปิดบัญชี  จากนั้นผมนั่งรอคิวประมาณ 10-20  นาที  วันนั้นคนค่อนข้างหนาแน่นเป็นพิเศษ  

เมื่อถึงคิวของผม  ก็วิ่งตรงดิ่งไปยังเจ้าหน้าที่  แล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่า "เปิดบัญชีซื้อกองทุน KTSE ครับ"  จากนั้น ผมก็นำเอกสารที่เจ้าหน้าคนแรกทำให้ และ สมุดบัญชีออมทรัพย์  ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดบัญชีซื้อขายกองทุน  เจ้าหน้าที่จะให้เรากรอกเอกสารการสมัครเปิดบัญชีกองทุน  ระหว่างนี้ผมก็นั่งรอและทำแบบประเมินความเสี่ยงไปด้วย  แล้วก็ลงชื่อในเอกสารต่าง ๆ ที่ผมต้องดำเนินการเปิดบัญชีกองทุน  ....  จนเสร็จขั้นตอนต่าง ๆ แล้วก็ได้ ""สมุดบัญชีกองทุน FUND BOOK""    ดังรูป


แล้วก็ฟังคำอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ที่เราต้องดำเนินการต่อไป  จากเจ้าหน้าที่  เช่น  วันทำการสั่งซื้อกองทุน (ในที่นี้คือ วันจันทร์)  เอกสารที่ บลจ. จะจัดส่ง  การทำการซื้อขายกองทุนใน NETBANK Application เป็นต้น  ส่วนรายการต่าง ๆ ใน  App นั้น  เราสามารถทำรายการได้ในวันจันทร์ช่วงบ่ายหรือวันอังคารเป็นต้นไป  การซื้อขายต่าง ๆ จะทำใน  App นี้ด้วย

เมื่อถึงวันจันทร์  หลังจากกลับมาจากทำงาน  ก็ขอลองแอบเข้าไปใน  NETBANK Application  ดูสักหน่อย  เผื่อว่าใช้งานได้แล้ว   .... และก็....ใช้งานได้จริง ๆ ดังรูป


เมื่อเข้าไปใน NETBANK Application  ก็จะพบกับหลากหลายบริการที่มีให้เรา  เมื่อคลิกเข้าไปยัง  ""กองทุน""  ระบบจะเข้าไปที่โหมดรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับการซื้อขายกองทุน  ตลอดจนรายการต่าง ๆ 



หลังจากที่ได้นั่งศึกษาไปพักใหญ่ ๆ ก็พอจะเข้าใจระบบการทำงาน  คงช่วยให้เราทำการซื้อกองทุนต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น  นอกจากการออมเงินแล้ว  การแบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนแบบนี้ก็ถือเป็นการศึกษาหาความรู้เพื่อการเติบโตของชีวิตเราได้เป็นอย่างดี  ทุกวันนี้สิ่งต่าง ๆ ทำได้ง่ายมากกว่าสมัยก่อนและทางเลือกต่าง ๆ ก็มีมากมาย  ทำให้เราเรียนรู้ได้รวดเร็ว  ค้นหาสิ่งต่าง ๆ และทำตัวเราเองให้มั่นคง  มั่งคั่ง  ได้ไม่ยาก  ผมคิดเช่นนั้น ....และตอนนี้ ผมก็ลงมือทำแล้ว  (+_+)    

เส้นทางความสำเร็จคงอีกไม่ไกล...ที่ผมจะไปถึงมัน ^_^

สรุปเนื้อหา

ใช้เอกสารใดบ้าง ??
  • บัตร ปปช.
  • สมุดออมทรัพย์
  • เงินสด/หักบัญชีก็ได้  (ขั้นต่ำแล้วแต่กองทุนนั้นๆ)

***  การลงทุนมีความเสี่ยง...ผมก็อยากให้ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ เหมือนที่เห็นในโฆษณา ... เช่นกัน  555++


ขอบคุณที่ติดตามครับ (ถ้ามี)







วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ลงทุนกองทุนรวม KTSE และ KTSF โดย Topperation (ตอนที่ 2 เดินทางไปสอบถามเพื่อความชัดเจน)



จากตอนที่ 1  ผมได้ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ก็พอมีอยู่บ้าง  จากนั้นก็ได้เดินทางไปสอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงไทย  ว่า

A: พี่ครับ เปิดทำการรับเรื่องสมัครเปิดกองทุนวันเสาร์  อาทิตย์  หรือป่าวครับ?
B: เปิดค่ะ  รับเรื่องเท่านั้นนะค่ะ  ส่วนการซื้อ-ขาย  จะทำการซื้อขายวันจันทร์นะค่ะ
A: ขอบคุณครับ  เดี๋ยวผมเตรียมเอกสารมาเปิดกองทุนครับ

จากนั้นผมก็กลับมาค้นหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบกองทุนว่าจะเลือกซื้อกองไหนบ้าง ?  

จุดเริ่มต้น  ผมคงจะศึกษาและเลือกซื้อกองทุนรวมหุ้นปันผลไปก่อน  เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น... จากนั้นค่อยเลือกซื้อกองอื่น ๆ ต่อไป  เพื่อแตกกิ่งก้านสาขาและกระจายความเสี่ยงต่อไป

ตอนนี้ก็นั่งเปรียบเทียบอยู่หลายกองทุนด้วยกัน  หากเพื่อน ๆ สนใจอยากเปิดซื้อขายกองทุนของตนเองก็ติดตามเรื่องราวจากบล็อกของผมแห่งนี้ได้ครับ

เนื้อหาเหล่านี้เหมาะกับใครบ้าง ?
  • นักเรียน
  • นักศึกษา
  • แม่ค้า  พ่อค้า
  • และคนทั่วไปที่สนใจเรียนรู้ตลอดชีวิต

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อหลาย ๆ คนนะครับ






วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ลงทุนกองทุนรวม KTSE และ KTSF โดย Topperation (ตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ)

หลังจากศึกษาเกี่ยวกับกองทุนรวมมานานพอสมควร  มีคนแนะนำอยู่หลาย ๆ เรื่อง  ตลอดจนกระทู้ใน Pantip ที่ทำให้ผมได้ความรู้เพิ่มขึ้น  ว่าการลงทุนควรกระจายไปหลายๆ  กองทุน  เช่น   BCAP, BKD, KFSDIV, KYFLEX-D, KTSE, KTSF, SCBDV, HIDIV, PPSD, T-low beta เป็นต้น

ผมก็เลยตัดสินใจเลือกประมาสองกองทุนเก็บไว้ในใจ  ก็คือ   KTSE  และ  KTSF  ของ  บลจ.กรุงไทย  ซึ่งเป็นธนาคารที่ผมใช้รับเงินเดือนในแต่ละเดือน  และเก็บออมมาตั้งแต่เด็ก ๆ  

ผมคิดว่ามันคงเป็นทางเลือกที่ดีในด้านการถ่ายโอนเงินซื้อนั่น  ซื้อนี่  และอาจมีเครดิตด้านการเงินที่ดีแอบอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้

ทั้งสองกองทุนนี้  มีการปันผลที่ใกล้เคียงกัน  อาจจะเป็นเพราะระดับความเสี่ยงที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน  แตกต่างกันเพียง  ตัวหุ้นหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ บลจ. ได้ลงทุนไป  ซึ่งตอนนี้ NAV บางตัวก็อยู่ที่ประมาณ 9 บาทกว่า ๆ  และ อีกตัวก็ประมาณ 11บาทกว่า ๆ   ผมก็เลยรอเวลาให้ NAV ลงไปกว่านี้  แล้วค่อยเข้าไปซื้อกองทุนสะสมไว้  

ตอนค้นหาข้อมูลก็ยากพอสมควร  ว่า  ทางธนาคารเปิดซื้อขายวันเสาร์  อาทิตย์ หรือไม่ ?  แต่ก็ค้นจนเจอ จนได้ สรุปว่า  ธนาคารกรุงเปิดซื้อขายวนเสาร์ และ  อาทิตย์  ด้วยนะครับ  อ้างอิงตามนี้ครับ

https://th-th.facebook.com/KTAMSmartTrade/posts/641987652484203


ตอนนี้ที่ทำได้ก็คงต้องจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ เพื่อไปทำเรื่องซื้อขายกองทุนรวม  เดี๋ยวหลังจากวันนั้นผมจะมาเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะครับ 

ขอบคุณที่ติดตามครับ