แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บล็อกกับนักการตลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บล็อกกับนักการตลาด แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ทดสอบ Blog ใหม่กับการสร้าง The Watches Society

เนื่องจากได้รับอีเมล์แจ้งว่ามีบล็อกใหม่ ๆ นำเสนอ  ผมก็เข้าไปดูอย่างเร็วไวก็พบกับสิ่งที่น่าสนใจและเรียบง่าย  นั่นก็คือ template ที่มีชื่อว่า  Kangis Magz Blogger Template  



จากนั้นผมก็นำมาทดสอบโดยการเพิ่มบล็อกใหม่  ชื่อว่า   The Watches Society   ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ  นอกจากนั้นเรายังนำไปทำเป็นรูปแบบอื่น ๆ ด้วยก็ได้  หลักสำคัญก็คือ  เราต้องมีจินตนาการ  ครับ

หากเพื่อน ๆ คนไหนอยากได้  เดี๋ยวผมจะ Generate ให้นะครับ  งานนี้ต้องมีคิดเงินค่าปรับปรุงกันนิดหน่อยนะครับ  อิอิ...เผื่อได้ค่ากาแฟบ้าง  (^..^)


30 Blog’s That Make A Lot Of Money Online


สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว Blogger วันนี้ผมก็ท่องโลกออนไลน์ผ่านไป  ผ่านมา  ก็ไปพบกับกรณีศึกษาเกี่ยวกับ  การทำบล็อกอย่างไรถึงได้เงินมากมาย  ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็ได้ถูกจัดดับไว้ดังตารางด้านล่างนี้  เพื่อนลองเข้าำไปศึกษาดูนะครับ  เว็บ/บล็อกเหล่านี้มีหน้าตาอย่างไร  เนื้อหาอะไร  แล้วก็แกะรอยดูนะครับ  คาดว่าคงได้ไอเดียกันเยอะ้เลยละครับ

Rank Website OwnerMonthly Earnings Main Income
 1 The Huffington Post Arianna Huffington $2,330,000 Pay Per Click
 2 Mashable Pete Cashmore $560,000 Advertising Banners
 3 Perez Hilton Mario Lavandeira $450,000 Advertising Banners
 4 Techcrunch Michael Arrington $400,000 Advertising Banners
 5 Smashing Magazine Vitaly Friedman $190,000 Advertising Banners
 6 Timothy Sykes Timothy Sykes $150,000 Affiliate Sales
 7 Gothamist Jake Dobkin $110,000 Pay Per Click
 8 Tuts Plus Collis Taeed $110,000 Membership Area
 9 Car Advice Alborz Fallah $70,000 Advertising Banners
 10 Venture Beat Matt Marshall $62,000 Pay Per Click
 11 Slash Gear Ewdison Then $60,000 Pay Per Click
 12 Life Hacker Nick Denton $60,000 Advertising Banners
 13 Dooce Heather B. Armstrong $50,000 Pay Per Click
 14 Steve Pavlina Steve Pavlina $45,000 Pay Per Click
 15 Talking Point Memo Joshua Micah Marshall $45,000 Advertising Banners
 16 Problogger Darren Rowse $40,000 Advertising Banners
 17 Kotaku Nick Denton $32,000 Advertising Banners
 18 Shoemoney Jeremy Schoemaker $30,000 Private Advertising
 19 Coolest Gadgets Allan Carlton $30,000 Advertising Banners
 20 JohnChow John Chow $29,000 Affiliate Sales
 21 SmartPassiveIncome Pat Flynn $21,500 Affiliate Commissions
 22 Joystiq AOL $18,000 CPM Advertising
 23 PC Mech David Risley $16,000 Affiliate Sales
 24 Freelance Switch Collis Ta’eed $15,000 Membership Area
 25 Abduzeedo Fabio Sasso $12,000 Advertising Banners
 26 Sizlopedia Saad Hamid $11,000 Pay Per Click
 27 Overhead in New York Michael Malice $9,000 Advertising Banners
 28 Six Revisions Jacob Gube $9,000 Advertising Banners
 29 Noupe Noupe $8,000 Advertising Banners
 30 Retire at 21 Michael Dunlop $5,000 Affiliate Sales
* * * * *
ที่มา http://www.incomediary.com/top-earning-blogs

งานปั้นดิน ให้เป็น เงิน !!!

http://www.oknation.net/blog/dao-aksorn/2010/10/27/entry-1

เป็นกรณีศึกษาได้อย่างดีทีเดียวกับเรื่องราว  การปั้นดินให้เป็นเงิน  ในครั้งผมก็ขอเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ น่าคิด  น่าทดลองทำ และหาตลาด ต่อไป  ลองศึกษากันดูครับ ...

งานแฮนด์เมดอย่างงานปั้นดินญี่ปุ่นเป็นรูปการ์ตูน เป็นรูปสัตว์ แนวน่ารัก ๆ สามารถดัดแปลง สร้างสรรค์ออกมาเป็นสินค้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตุ้มหู สร้อยคอ ที่ห้อยโทรศัพท์มือถือ และที่กำลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบันด้วย ก็คือ “จุกกันฝุ่นเข้าโทรศัพท์มือถือ” ซึ่งทางทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอให้พิจารณากันในวันนี้...

“งานปั้นดินญี่ปุ่นนั้นเป็นงานที่มีคนทำกันเยอะ คู่แข่งทางการตลาดก็เยอะตามไปด้วย เพื่อที่งานของเราจะอยู่ในตลาดและเป็นที่สนใจของลูกค้าได้ เราจะต้องคิดทำชิ้นงานออกมาให้ดูน่ารัก คิกขุ มีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของตัวเอง พอลูกค้าเห็นก็ต้องรู้ว่านี่เป็นงานของเรา” เจ้าของงานปั้นดินญี่ปุ่น แบรนด์ “cute-monster” กล่าว
   
ปู-วิภาดา ยืนยงค์ และ นิว-วิวัฒน์ เพื่อวงษ์ สร้างสรรค์งานปั้นดินญี่ปุ่น เป็นสินค้าหลากหลาย จำหน่ายภายใต้แบรนด์นี้ ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ คนหนึ่งจบทางด้านการออกแบบภายใน อีกคนจบมาทางด้านโฆษณา โดยปูบอกว่า งานปั้นดินญี่ปุ่นนั้นทำมาตั้งแต่สมัยเรียน เนื่องจากเป็นคนที่ชอบงานปั้นมาตั้งแต่เด็ก และก็ได้มาเรียนออกแบบ ก็จะต้องมีการปั้นโมเดลส่งอาจารย์ พอเริ่มปั้นโมเดล ความชอบปั้นดินตั้งแต่เด็กก็เกิดขึ้นมา จึงมีความคิดที่จะปั้นดินเป็นการ์ตูน เพราะคิดว่างานปั้นดินญี่ปุ่นนั้นเป็นงานที่มีจุดเด่นมีสไตล์ที่ดูสวยน่ารัก และที่สำคัญสามารถดัดแปลงเป็นสินค้าได้หลากหลาย

   
“เริ่มศึกษาเรื่องดินต่าง ๆ ที่จะนำมาทำจากอินเทอร์เน็ต และทดลองทำมาเรื่อย ๆ เรียนรู้เรื่องการทำอย่างไรให้งานมีความคงทนแข็งแรง เรื่องรูปแบบสินค้าก็มานั่งออกแบบให้ลงตัวให้มีจุดเด่นในตัวเอง ก็ใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานจนได้งานที่ลงตัว ในตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะทำขาย จะทำใช้เอง ทำให้เพื่อนเป็นของขวัญ แต่พองานเริ่มลงตัวน่ารักเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ก็เริ่มทำออกจำหน่ายเป็นงานอดิเรกหารายได้เสริม โดยใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ตเป็นหน้าร้าน”
   
หลังจากเรียนจบออกมาก็เข้าทำงานประจำอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่ก็ยังทำงานปั้นเป็นอาชีพเสริมอยู่เหมือนเดิม มาระยะหลังออร์เดอร์งานปั้นเริ่มเข้ามา
เยอะขึ้น ก็ต้องเร่งทำงานมากขึ้นเพราะเป็นงานแฮนด์เมด ปั้นจากมือทุกชิ้นทุกขั้นตอนจึงใช้เวลามากในการทำ จึงตัดสินใจออกจากงานประจำที่
ทำมาทำงานปั้นดินขายอย่างเดียว เพื่อที่จะทุ่มเทให้กับงานที่ชอบอย่างจริงจัง ซึ่งก็ทำงานปั้นอย่างจริง ๆ จัง ๆ มาก็ 1 ปีกว่าแล้ว
   
ปู-นิว ร่วมกันบอกว่า งานที่ทำนั้นมีจุดเด่นที่ความน่ารักและเป็นเอกลักษณ์ของการ์ตูนที่ออกแบบและปั้นออกมา เป็นแบบที่ไม่เหมือนใคร เพราะการ์ตูนทุกตัวจะออกแบบเอง คิดขึ้นมาเอง
   
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำหลัก ๆ มีดังนี้คือ...ดินญี่ปุ่น, สีอะคริลิก, กาวร้อน, ลวด, พู่กัน, แล็กเกอร์ และอุปกรณ์สำหรับที่จะนำงานปั้นไปทำเป็นสินค้าอะไร อย่างพวก สายสร้อยสำหรับทำสร้อยคอ ที่ห้อยโทรศัพท์ ตุ้มหู และถ้าทำเป็น “จุกปิดกันฝุ่นโทรศัพท์มือถือ” ก็ใช้จุกอุดรูหูฟัง หรือที่เรียกกันว่า “ปักกี้”
   
วัสดุอุปกรณ์นั้นสามารถหาซื้อได้ที่ย่านตลาดสำเพ็ง
   
ดินญี่ปุ่นที่ใช้นั้นจะเป็นสีขาว การผสมสีในดินใช้การผสมสีที่เป็นแม่สีหลัก ๆ ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง ส่วนสีอื่น ๆ ก็เป็นสีดำ การผสมก็ไม่ยาก ก็ให้ใช้สีอะคริลิกเทใส่ผสมลงในดินแล้วทำการนวดให้สีนั้นเข้าเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อดิน
   
ถ้าในการปั้นต้องการใช้สีอื่น ก็ใช้วิธีการนำดินที่ผสมเป็นแม่สีไว้แล้วมาผสมกันให้ได้สีตามที่ต้องการ แล้วก็ทำการนวดดินให้ผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ก็จะได้ดินตามสีที่ต้องการ
   
วิธีการทำ เริ่มจาก...การออกแบบตัวการ์ตูนที่ต้องการจะทำลงบนคอมพิวเตอร์ การออกแบบลงบนคอมพิวเตอร์นั้นสามารถที่จะใส่สีและเห็นสีได้สมจริง แต่ถ้าไม่มีทักษะทางคอมพิวเตอร์จะใช้วิธีร่างแบบลงบนกระดาษก็ได้
   
หลังจากที่ได้แบบการ์ตูนที่ต้องการแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการปั้น โดยนำดินมาผสมให้ได้สีตามแบบที่ออกไว้ โดยการปั้นนั้นจะแบ่งปั้นเป็น 2 ส่วน คือส่วนหัวของการ์ตูน และส่วนตัวของการ์ตูน เริ่มจากปั้นส่วนหัวก่อน จากนั้นก็มาปั้นส่วนตัว หลังจากปั้นเสร็จทั้งสองส่วนก็นำมาประกอบติดเข้าด้วยกัน โดยใช้ลวดเสียบระหว่างส่วนหัวและส่วนตัวเพื่อยึดติด
   
ประกอบตัวการ์ตูนเสร็จแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ให้ดินแห้งสนิท จะนำไปตากแดดหรือจะเข้าห้องอบเพื่อให้ดินแห้งเร็วขึ้นก็ได้ หลังจากที่การ์ตูนแห้งสนิทแล้วก็ให้หยอดกาวที่รอยต่อของส่วนหัวและส่วนตัวเพื่อความแข็งแรงแน่นหนาอีกที
พอกาวแห้งก็ทำการตกแต่งวาดลวดลายหน้าตาและรายละเอียดต่าง ๆ ตัวการ์ตูน การวาดนั้นจะใช้พู่กันจุ่มสีอะคริลิกวาด จากนั้นก็ทำการพ่นแล็กเกอร์เคลือบ
   
ไม่ควรใช้ปากการหมึกซึมในการวาดลวดลาย เพราะเวลาพ่นเคลือบเส้นที่วาดจะแตก ทำให้ดูเลอะ ไม่สวย...
   
พอแล็กเกอร์แห้งก็นำตัวการ์ตูนไปติดกับปักกี้ (จุกกันฝุ่น) ยึดติดด้วยกาวให้แน่นหนา เท่านี้ก็เรียบร้อย
   
แต่ถ้านำตัวการ์ตูนปั้นไปทำเป็นสร้อยคอ หรือตุ้มหู ก็จะต้องใส่ห่วงตั้งแต่ตอนที่ปั้นเสร็จ ตอนที่ดินยังไม่แห้ง
   
“จุกปิดกันฝุ่นโทรศัพท์มือถือ” งานแฮนด์เมดปั้นจากดินญี่ปุ่นของ ปู-นิว มีอยู่ 2 ขนาด ขนาดเล็กราคา 50 บาท ขนาดใหญ่ราคา 65 บาท นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่นำดินปั้นมาทำอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ ตุ้มหู ที่ห้อยโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ซึ่งมีราคาขายตั้งแต่ 45-200 บาท โดยราคานั้นขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของสินค้า

ใครสนใจงานแฮนด์เมดปั้นดินญี่ปุ่นทำเป็น ’จุกปิดกันฝุ่นโทรศัพท์มือถือ“ และสินค้าอื่น ๆ ของแบรนด์นี้ เข้าไปดูแบบงานได้ที่ http://www.cute-monster.com หรือที่ http://www.facebook.com/cutemonstershop หรือต้องการติดต่อกับเจ้าของกรณีศึกษา ’ช่องทางทำกิน“ รายนี้ทางโทรศัพท์ ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-0136-6672, 08-7989-0798.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ 

.........................................

คู่มือลงทุน...ตุ๊กตาจุกมือถือ

ทุนเบื้องต้น     ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัสดุ    ประมาณ 50% ของราคา
รายได้    ราคาชิ้นละ 50-65 บาท
แรงงาน    1 คน
ตลาด    ลงขายทางอินเทอร์เน็ต
จุดน่าสนใจ    สอดรับกับยุคสมัยใช้มือถือ 


ที่มา  http://www.dailynews.co.th/article/384/161817

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มาสร้างบล็อกใช้งานกันดีกว่า

เมื่อเรามีอีเมล์ Gmail.com แล้วนั้น  เราก็สามารถสร้างบล็อกง่าย ๆ สบาย ๆ  เพียงแค่ คลิก ๆๆๆ เข้าชมสื่อการเรียนรู้ที่ผมได้ ขุดค้น  งัดแงะ  มาฝากแฟนคลับนทุกท่านนะครับ

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

ทุ่งนาของฉันเมื่อปีที่แล้ว [บทความ admin]


เรื่องราวครั้งนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการสร้างบล็อกแต่อย่างใด  แต่ขอนอกเรื่องสักหน่อยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเสพสื่อ  แต่อย่าเสพติดก็แล้วกันนะครับ  ๕๕๕

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ที่ติดตามทุกท่าน  เคยรู้สึกคิดถึงบ้านบ้างไหมเมื่อเวลาดูรูปเก่า ๆ ในคอมพิวเตอร์หรือใน Google ก็แล้วแต่  สำหรับผมเองคิดถึงครับ  และคิดไปไกลซะด้วยสิ.......

เมื่อผมกลับบ้านทุกครั้ง ๆ และทุกปี ๆ ก็ต้องได้เห็นทุ่งนาของตนเองที่แลดูอุดมสมบูรณ์  แต่กะไรนั้นทำไมชาวนาถึงต้องเป็นหนี้อยู่อย่างนั้น  มีใครแก้โจทย์นี้ได้บ้างนะ ???


เมื่อปีที่แล้ว  ผมได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก  อย่างน้อยก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของท้องทุ่ง  ทุ่งนาของตนเองว่าไปได้สวยขนาดไหน

บ้านผมอยู่นอกอำเภอ  ถือได้ว่าเป็นชนบทก็ว่าได้  อิอิ...  แต่ก็มีน้ำท่าอุดมมากมาย  คิดถึงตอนเด็ก ๆ ที่เคยหาปลา  ใส่เบ็ด  ฯลฯ  ตามประสา  แต่พอโตมาก็ต้องไปเรียนที่ไกลบ้าน  หางาน  เพื่อยืนด้วยตนเองต่อไป  และเพื่อใคร ๆ อีกหลาย ๆ คนที่รอเราอย่างมีความหวังอยู่ในใจลึก ๆ 

แล้วเพื่อนๆ ละครับ  เป็นอย่างไรบ้างครับ  ส่งรูปมาบอกกล่าวกันได้นะครับ  เดี๋ยวผมจะลงบล็อกให้ทันที



บล็อกเป็นช่องทางที่นักการตลาดออนไลน์ทั้งหลายใช้ในการทำงาน [blog for marketing]


บล็อกเป็นช่องทางที่นักการตลาด
ออนไลน์ทั้งหลายใช้ในการทำงาน
 

 บล็อกก็คือเว็บไซต์แบบหนึ่งแต่มีความซับซ้อนน้อยกว่า



มีทั้งชนิดที่เป็นบล็อกเดี่ยวๆ ไม่ขึ้นกับใคร มีชื่อเป็นของตนเองและใช้ระบบจัดการข้อมูลแบบสำเร็จรูป ได้แก่ Wordpress, Joomla, osCommerce ฯลฯ เช่น บล็อกของผู้เขียน คือ www.kosolanusim.org  เป็นต้น หากเปรียบกับบ้านก็เหมือนกับบ้านเดี่ยว ส่วนอีกชนิดหนึ่งก็เป็นบล็อกที่ใช้ชื่อหลักร่วมกับผู้อื่น ส่วนมากเป็นบล็อกที่ให้บริการฟรี เช่น  Wordpress.com, Blogspot.com, Oknation.net ชื่อของบล็อกก็เป็นชื่อหลักตามมาด้วยชื่อที่ผู้เขียนบล็อกตั้งชื่อให้บล็อกตนเอง เช่น  http://www.oknation.net/blog/kosol เป็นต้น ซึ่งเหมือนบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่ปลูกติดกันนั่นเอง

บล็อกทั้งสองชนิดนี้บรรดาบล็อกเกอร์ทั้งหลายต่างใช้เป็นที่ดำเนินกิจการของตน ทั้งในรูปประชาสัมพันธ์และการค้าขายโดยตรง โดยเฉพาะบล็อกของ Blogspot.com ซึ่งเป็นบริการบล็อกฟรีของกูเกิลนั้น เป็นที่นิยมชมชอบมากด้วยเหตุหลายๆ ประการ ทั้งการเป็นบริการในเครือของกูเกิลซึ่งเป็นเจ้าแห่งการให้บริการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ดังนั้น จึงเชื่อว่าข้อมูลจากบล็อกในเครือย่อมมีโอกาสที่จะได้รับการจัดเก็บในฐานข้อมูลของกูเกิลดีกว่าจากที่อื่นๆ นักการตลาดออนไลน์ที่เป็นนักค้าขายทั้งหลายจึงใช้บล็อกฟรีของ Blogspot.com เป็นฐานหรือเป็นหน้าร้านในการวางสินค้าของตน


แต่ไม่ว่าจะใช้บล็อกชนิดใดก็ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่นำไปสู่ความสำเร็จเพียงปัจจัยเดียว หรืออาจเรียกว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดในการค้าขายทางอินเทอร์เน็ตก็ว่าได้ เช่นเดียวกับการเปิดร้านค้าทั่วไป ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่อาศัยทำเลและหน้าตาของร้านเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น ประเภทและคุณภาพสินค้า การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การให้บริการ เป็นต้น


การค้าขายทางอินเทอร์เน็ตก็เช่นกัน เมื่อเปิดร้านค้าเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าขายสินค้าและบริการของตัวเอง เช่น ร้านค้าต่างๆ ใน www.tarad.com หรือ www.weloveshopping.com ซึ่งเป็นบล็อกหรือเว็บไซต์แบบบ้านทาวน์เฮ้าส์ หรือบล็อกแบบบ้านเดี่ยวของผู้เขียนที่ขายหนังสือเก่าและหนังสือเพื่อการสะสม คือ www.kosolbookmania.com (ขออนุญาตยกตัวอย่างบล็อกของตนเอง หากยกของผู้อื่นมาอาจไม่เหมาะแก่กาลเทศะ) และบล็อกหรือเว็บไซต์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการในลักษณะหุ้นส่วน Affiliate ต่างๆ ก็ดี เมื่อเปิดบล็อกหรือเว็บไซต์ใส่ข้อมูลสินค้าและบริการแล้ว ยังมีกระบวนการตามมาอีก นั่นคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนรู้จัก ทำอย่างไรจึงจะทำให้ข้อมูลจากบล็อกและเว็บไซต์ของเราไปอยู่ในฐานข้อมูลของเว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เช่น กูเกิล ยาฮู บิง ได้เร็วขึ้น การโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็จำเป็นต้องทำ ทั้งในและนอกโลกออนไลน์  สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยของความสำเร็จทั้งสิ้น


ผู้ที่รู้เรื่องเหล่านี้ดีที่สุด ก็คือ ผู้ที่ลงมือทำจนประสบความสำเร็จมาแล้ว จะมากน้อยแตกต่างกันก็เป็นเรื่องของแต่ละคนที่มีปัจจัยและเงื่อนไขแตกต่างกัน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ บรรดาเขาและเธอทั้งหลายย่อมมีข้อคิดเห็น ข้อแนะนำ อันเป็นประโยชน์แก่ผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่เริ่มไปแล้วและกำลังหาทางเดินให้แก่ตนเอง หรือผู้ที่พบทางเดินของตัวเองแล้วแต่ต้องการความคิดใหม่ๆ มาใช้ในการทำงาน ซึ่งบรรดาผู้รู้ที่ประสบความสำเร็จดังกล่าวได้บอกเล่าไว้ในที่ต่างๆ ทั้งตามเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ค ตามบล็อกส่วนตัว หนังสือเล่ม หนังสืออีบุ๊คที่มีทั้งฟรีและขายราคาถูกตามเว็บไซต์และบล็อกต่างๆ และในเว็บไซต์อะเมซอนยักษ์ใหญ่ก็มีอีบุ๊คเกี่ยวกับการค้าขายทางอินเทอร์เน็ตขายอยู่เป็นจำนวนมาก


เพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นกิจการค้าขายทางอินเทอร์เน็ต ผู้เขียนจะได้เก็บความสาระน่ารู้ เกร็ดและเคล็ดที่บรรดาผู้รู้ทั้งหลายได้แนะนำไว้ตามที่ต่างๆ มาเผยแพร่ในข้อเขียนชุด "ของฝากจากเซียนบล็อก" นี้  มีทั้งเซียนไทย ฝรั่ง จีน แขก ทั้งจากบล็อก เว็บไซต์ และอีบุ๊ค โดยจะเริ่มนำของฝากจากเซียนไทยก่อนเป็นอันดับแรกในครั้งหน้า และจะสลับกับฝรั่ง จีน แขก ตามโอกาสต่อไป


สิ่งที่น่าพิจารณา ก็คือ ไม่ว่าเซียนสัญชาติใดก็ตาม ความสำเร็จของพวกเขาเกิดขึ้นจากการทำงานหนัก สม่ำเสมอ  ขวนขวาย ค้นคว้า หาข้อมูลความรู้แล้วนำมาปฏิบัติ ทดสอบทดลอง ปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร่องให้สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้น นั่นก็คือ การปฏิบัติตามหลักธรรมอิทธิบาทสี่ที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนไว้นั่นเอง ข้อนี้จะขาดไม่ได้เลย

การเขียนคอลัมน์นี้ก็ต้องใช้อิทธิบาทสี่ด้วยเช่นกัน