แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับในการทำงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับในการทำงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"สหกิจศึกษา สู่อาเซียน" !?



ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท  สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยว่า “ตามที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ประมวลผลการสำรวจ พบว่ามีบัณฑิตบางสาขาวิชาและหรือบัณฑิตที่จบการศึกษาจากบางสถาบันถูกขึ้นบัญชีดำที่สถานประกอบการจะไม่รับเข้าทำงาน เพราะขาดทั้งความรู้ ทักษะและประสบการณ์  ในฐานะที่ มทส. ได้ตระหนักถึงปัญหานี้ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ จึงได้นำสหกิจศึกษามาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร โดยได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ ร่วมมีบทบาทในการผลิตกำลังคนระดับสูง โดยรับนิสิต นักศึกษาในระดับชั้นปีที่สามและปีที่สี่ เข้าปฏิบัติงานเต็มเวลาในฐานะผู้ช่วยวิศวกร ผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์ ผู้ช่วยนักเทคโนโลยีและอื่น ๆ ซึ่งขณะปฏิบัติงานอยู่นั้น สถานประกอบการจะมีส่วนช่วยในการสอน การฝึก การพัฒนาทักษะให้กับนิสิต นักศึกษาสหกิจศึกษา ทำให้เมื่อสำเร็จการศึกษาเขาเหล่านั้นจะเป็นบัณฑิตพร้อมทำงาน มีทักษะ รู้จักแก้ปัญหา มีวุฒิภาวะ มีความอดทน สามารถทำงานเป็นทีมได้ จากประสบการณ์ที่ มทส. เป็นสถาบันการศึกษาแห่งเดียวที่ส่งนักศึกษาสหกิจศึกษาชุดแรกจำนวน 123 คน ในปีการศึกษา 2538 มาถึงปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาไม่น้อยกว่า  100 แห่ง ส่งนักศึกษาปีละไม่น้อยกว่า 27,000 คน จึงอยากเชิญชวนสถาบันการศึกษาดังกล่าวมาร่วมวงษ์ไพบูลย์แลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมพัฒนาสหกิจศึกษาให้แพร่ขยายไปในประชาคมอาเซียน

อธิการบดี มทส. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน มทส. เป็นสมาชิกระดับเงินของสมาคมสหกิจศึกษาโลก เคยเป็นเจ้าภาพการประชุมวิชาการสหกิจศึกษาโลก ปี 2544 ปัจจุบันเป็นสำนักงานของสมาคมสหกิจศึกษาโลกรองภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก WACE ISO@SUT ซึ่งกำลังจะขยายเครือข่ายไปยังมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนปี2558 โดยอาจจะผ่านทางกรมอาเซียน หรือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN) นอกจากนั้น บุคลากรของ มทส. ยังมีส่วนเป็นวิทยากรให้กับสมาคมสหกิจศึกษาไทยและ สกอ. ในการอบรมเชิงปฏิบัติการสหกิจศึกษา หลักสูตรคณาจารย์นิเทศสหกิจศึกษา มาประมาณ 20 รุ่น  และได้เปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษาทางสหกิจศึกษามาตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 เนื่องจากจะมีการเลื่อนไหลอย่างอิสระขอแรงงานความรู้ นิสิตนักศึกษา ในสังคมไร้พรมแดน หากมีการผนึกพลังของสถาบันอุดมศึกษาไทยเป็นผู้นำด้านสหกิจศึกษาในประชาคมอาเซียน น่าจะเรียกศรัทธากลับมาได้บ้าง หลังจากที่ World Economic Forum-WEF จัดคุณภาพระบบอุดมศึกษาไทยอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน” ศ. ดร.ประสาท กล่าวสรุป

ที่มา http://web.sut.ac.th/2012/news/detail/1/news20140922

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

14 ข้อคิดที่ได้จากการทำงานประจำมาครบ 10 ปี


  • 1. วิธีการขึ้นเงินเดือนที่เร็วที่สุดคือการย้ายงาน ไม่ใช่ขึ้นตำแหน่งในบริษัทเดิม
  • 2. ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด บริษัทไม่รักคุณเท่าครอบครัวของคุณหรอก
  • 3. อย่าทำงานจนละเลยสุขภาพของตัวเอง
  • 4. ไอ้คนที่พูดแต่เรื่องให้คุณเสียสละทุกอย่าง ถวายตัวกับงาน ,office คือบ้าน ต้องกลับดึก ฯลฯ , พูดเรื่อง company loyalty/spirit/team work ซ้ำไปซ้ำมา คือคนที่หลอกใช้คุณเพื่อความเจริญของเขาเอง
  • 5. คนที่เจริญได้เพราะนำเสนอ+ทำ powerpoint+สรุปงานเก่ง แต่ทำงานไม่ได้เรื่องเหี้ยอะไรเลยมีอยู่จริง คุณเหนือกว่าพวกเค้าได้ด้วยการทำงานให้เก่งด้วย+present ตัวเองเก่งด้วย
  • 6. ควรเก็บออมเงินตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน เพราะปีแรกของการทำงานคุณจะสนุกกับการใช้เงินจนลืมเก็บตังค์
  • 7. ผมเคยทำงานแบบถวายหัวชนิดทิ้งทุกอย่าง ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัว ทิ้งเพื่อนฝูง เพื่องาน เพื่อลูกค้า เพื่อบริษัท สุดท้ายผมก็ได้เรียนรู้ว่าผลตอบแทนที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเงิน ลมปาก เหล้า-เบียร์ฟรี ข้าวฟรี มันชดเชยสิ่งที่ผมเสียไปไม่ได้เลย
  • 8. ตอนคุณไปคุยเรื่องขอลาออก ถ้าเค้า offer ตำแหน่งให้ถ้าคุณอยู่ต่อ นั่นเป็นเรื่องโกหก 100% คุณอยู่ต่อคุณก็ไม่ได้ขึ้นตำแหน่งหรอก
  • 9. ความสามารถในการขวนขวายหาความรู้ด้วยตัวเองและกล้าที่จะลองผิดลองถูก จะช่วยให้คุณไปได้ไกลกว่าไอ้พวกงอมืองอเท้ารอคนอื่นมาสอน
  • 10. เพื่อนร่วมงานมีทั้ง “เพื่อน” และ “คนรู้จัก” อย่าไปคาดหวังว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนที่จริงใจกับคุณ
  • 11. จงพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ นอกเหนือจากอะไรที่เกี่ยวกับงานที่คุณทำอยู่เสมอ หลายๆ อย่างที่คุณไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกับงาน มันสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้
  • 12. ภาษาอังกฤษสำคัญมาก
  • 13. จงใช้วันลาพักร้อนให้เต็มที่ อย่าเกรงใจ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ
  • 14. ความอดทน ใจเย็น สำคัญมาก จงหัดทำหน้ายิ้มแต่ด่าไอ้เห้ในใจไว้

credit : จากWasin Plynoi Waeosri

เเชร์ได้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

นานๆ ที จะตีแบต ออกกำลังกายสักครั้ง

หลังจากเลิกงานส่วนใหญ่จะเตะบอล  แต่วันนี้ขอลองเปลี่ยนมาตีแบตดูหน่อยจะเป็นไรไป  แต่พอเอาจริงๆ กลับไม่เป็นดั่งคาด  เพราะผมใส่ชุดพนักงานมาเล่นครับพี่น้อง ไหนจะกลับเป้าแตก  ไหนจะกลันโดนตบเข้าเป้า  5555++

^^ พอเล่นเสร็จก็ขาลาก  ปวดแขน  แต่ดีหน่อย...ข้างหน้าสนามกีฬามีนวด ซะด้วย  อิอิ... งานนี้ต้องขอผ่อนคลายจากการเล่นกีฬาซแล้วสิ  งุงิๆๆ  งึ้บๆๆ


จากเสื้อผ้าอาพรแล้ว...ผมว่า.เต้นบีบอย  เลยดีกว่า 555+

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รู้สึกอย่างไรกับการถูกมองว่าทำงานไม่ฟิตเหมือนเดิม O_O!



วันนี้...หลังจากเลิกงาน  ผมก็ถูกทักว่า  "ช่วงนี้เป็นอะไร? คุณทำงานดูหน่วง ๆ ไปนะ!" จริง ๆ ผมก็คิดในใจอยู่แล้วว่า  ผมต้องถูกถามเข้าสักวัน  วันนี้ก็เป็นไปตามคาดจริง ๆ  ผมก็เลยตอบไปว่า  เพราะเป็นงานใหม่ก็เลยต้องใช้เวลาเรียนรู้  ส่วนงานอื่น ๆ ผมรอทีมที่ว่างบางเวลามาช่วยทำงาน  ประมาณนั้นครับ

จริง ๆ แล้ว  เหตุผลต่าง  ๆ ที่อยู่ในใจสามารถแตกประเด็นได้ประมาณนี้ครับ

ช่วงปีแรกของการทำงาน  เราออกสตาร์ทอย่างรวดเร็ว
ปีแรกของการทำงานใคร ๆ ก็กระตือรือร้นตนเอง  เพื่อเรียนรู้งานใหม่ให้เข้าใจมากที่สุด  แต่เมื่อเวลาผ่านไปงานดังกล่าวเราเรียนรู้ได้มากแล้ว  แต่ยังขาดทีมงานมาช่วยทำงานในส่วนนี้  ก็เลยดูเหมือนหน่วง ๆ ไม่ฟิตเหมือนปีแรก ๆ  (จริง ๆ แล้วผมก็เหนื่อยด้วยล่ะครับ  เพราะเท่าที่ดูเหมือนผมจะออกตัวแรงมากกว่าคนอื่น ๆ ในฝ่าย)


การทำงานบางอย่างต้องรอทีมงาน
เนื่องจากงานของผมบางส่วนต้องรอให้ทีมงานนั้นว่าง  หรือ  ทีมงานนี้ว่าง  จึงต้องจัดการเวลาว่างให้เข้ากับงานของผมซึ่งมือฝ่ายควบคุมกระบวนการช่วยประสานงาน  มันเป็นงานที่ดูเหมือนว่าอะไร ๆ ก็ต้องรอไปหมด  

ทำงานโครงการใหม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้
แน่นอนว่างานใหม่ ๆ มันจะช้าตรงที่เวลาค้นคว้าหาข้อมูลพื้นฐานเพื่อใช้เป็นแนวทางการทำงาน  การปรึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานโครงการให้สำเร็จ  แต่คนที่จะให้เราไปปรึกษาก็มีงานของเขา  บางครั้งอาจจะไม่มีเวลาให้คำปรึกษา  งานก็เลยช้าไปสักพัก  พอไปปรึกษาอีกคนหนึ่งก็อธิบายเข้าใจยากมาก...ก็ทำให้ผมต้องสรุปประเด็นอีกครั้ง

ด้วยเหตุผลดังกล่าวและอีกหลาย ๆ สิ่งที่ไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้  ทำให้ผมดูเหมือนจะทำงานหน่วง ๆ ไม่ฟิตเหมือนปีแรก ๆ  เพราะว่าคนเราจะใช้สิ่งที่เห็นครั้งแรกเป็นมาตรฐานในการสังเกตตัวเรา  จำไว้เลยนะครับ  สำหรับคนที่ทำงานปีแรก ๆ ถ้าไม่อยากเหนื่อย  ก็อย่าตื่นตัวมากนัก  เอาพอประมาณ  สังเกคนและบรรยากาศรอบข้างให้ดี  แล้วเอามากำหนดการเพิ่มงานของเราต่อไป  เค้าจะได้ไม่มองเราว่าทำงานต่ำกว่าช่วงแรก ๆ   ประมาณว่า  "แรงตก"  นั่นเองละครับ

แง่คิดวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้  เดี๋ยววันหน้าผมจะเอาประเด็นปัญหาต่าง ๆ มาเล่าให้อ่านกันอีกนะครับ  ขอบคุณที่ติดตามครับ  ^_^

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ตัวอย่างการแนะนำตัว ในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ


หากคุณต้องเข้าสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ สิ่งแรกที่ผู้สัมภาษณ์งานมักให้คุณทำคือ การแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ วันนี้มีตัวอย่างการแนะนำตัวแบบย่อ ๆ มาฝาก โดยเริ่มจากการทักทายผู้สัมภาษณ์ จากนั้นบอกชื่อของคุณ ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ต่าง ๆ ของคุณที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร รวมถึงบอกเหตุผลที่คุณสมัครงานนี้ตามตัวอย่างการแนะนำตัวดังต่อไปนี้

ทักทายผู้สัมภาษณ์

Hello/Good Morning. I am glad to be here for this interview.

แนะนำตัว

My name is _____________________________.

เล่าถึงประวัติการศึกษา

I graduated with a bachelor's degree in (สาขาวิชาที่จบ เช่น Communication Arts) from (ชื่อสถาบัน) University. In my course of study I took courses in (ชื่อวิชาที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่รับผิดชอบในตำแหน่งงานที่คุณสมัคร เช่น Public Relations and Advertising), with grad A in Advertising course.


หากคุณยังไม่เคยทำงานมาก่อน ให้เน้นที่ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย และการฝึกงาน

ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย

While in the university I have joined (ชื่อชมรม/ชื่อกิจกรรม the Journalist Club) in 2008-2009 and I have been voted for a chairman in 2010. I learned a lot from this club. I got new friends from other faculties. Learn to work with others, learned to be a leader and learn how to succeed together.

ประสบการณ์การฝึกงาน

During my last summer vacation, I interned at (ชื่อบริษัท), a leading media agency in Thailand where I had 
a chance to practice writing advertising copies and learned how to work as professional in the field.

หากคุณมีประสบการณ์ทำงานแล้ว ให้เล่าย่อ ๆ เกี่ยวกับลักษณะงาน โดยเน้นที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร

ประวัติการทำงาน

  • หากคุณยังทำงานอยู่ I currently work as a (ชื่อตำแหน่ง) at (ชื่อบริษัท). 
  • หากคุณออกจากงานแล้ว I previously worked as a (ชื่อตำแหน่ง) at  (ชื่อบริษัท).

My responsibilities include (หน้าที่ความรับผิดชอบของคุณ).

เหตุผลที่สนใจสมัครงานนี้

I am interested to apply for this position because I am confident that my experience in (ลักษณะงานที่ทำ) will prove to be a suitable match for your needs.

ได้ทราบแนวทางการแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษในเบื้องต้นกันแล้ว ทีนี้ ก็เตรียมลงมือร่างสคริปต์แนะนำตัวของคุณให้เหมาะสมกับคุณสมบัติและตำแหน่งงานที่สมัครให้มากที่สุดกันเลย
ที่มา http://th.jobsdb.com/


วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

กฎ 8 ข้อเพิ่มผลงานระดับสุดยอด !!!!!

หมดยุคเช้าชามเย็นชามอีกต่อไป การทำงานของคนรุ่นใหม่ต้องมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มผลงานสุดยอดออกสู่โลกแห่งการแข่งขันที่คุณจำเป็นต้องกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา


1.ตั้งเป้าหมายทุกวัน 
ตอนเช้าทุกๆวันคุณต้องตั้งสมาธิว่าวันนี้จะเคลียร์งานส่วนใดให้เสร็จเรียบร้อยบ้างตั้งเป้าหมายสูงสุดของวันและทำมันให้ดีที่สุด จบวันแล้วทบทวนวางแผน เพื่อวันต่อไป

2.เลิกผัดวันประกันพรุ่ง 
จริงอยู่ที่วันนี้คุณอาจจะทำงานสบายๆ แต่วันพรุ่งนี้คุณก็ต้องทำมันอยู่ดี แถมงานก็ต้องเลตไปเรื่อยๆ อีกเพราะความไม่มีอารมณ์จะทำงานของคุณ จำไว้ว่าถ้ารู้ว่าเกิดปัญหาเมื่อไรให้คุณลุยแก้ไขตั้งแต่ต้นมันจะแก้ง่ายกว่า รวดเร็วกว่า และสบายกว่าในอนาคต

3.Peak Times 
เมื่อคุณอยู่ในวงจรของการทำงานคุณย่อมรู้ดีว่าช่วงไหนของการทำงานที่จะวุ่นวายที่สุด ให้คุณจัดสรรเวลาให้ดีๆ เพื่อให้งานไม่ทับซ้อนกัน

4.อย่าเสียเวลากับงานง่ายๆ 
คุณไม่จำเป็นจะต้องส่งเอกสาร ส่งแฟ็กซ์หรือทำอะไรต่างๆ ในสำนักงานทั้งๆ ที่มีคนอื่นๆ ทำให้อยู่แล้ว ยกเว้นว่ามันเป็นหน้าที่ของคุณเอง แต่ไม่ได้หมายถึงให้ละเลยงานเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ แต่คุณต้องรู้ว่าคุณมีงานที่สำคัญกว่า รอคอยอยู่และงานที่นอกเหนือจากนี้แค่เพียงยกโทรศัพท์เตือนเจ้าของหน้าที่ก็เพียงพอแล้ว


5.หามุมเงียบๆ ทำงาน 
เพียงแค่คุณมี Loptop และ Wi-Fi ก็เตรียมพร้อมสำหรับการปลีกวิเวก ได้แล้วเพราะผลงานจะออกมาได้ดีนั้นมักต้องมีความสงบ เพื่อให้คุณ เกิดสมาธิอย่างเต็มที่ 

6.อ่านเยอะๆ เพิ่มไอเดีย 
ไม่ว่าคุณทำงานสายไหนก็จะต้องอัพเดตตัวเองตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวระบบการทำงาน หรือแม้แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่คร่ำครึอย่างคน ที่ทำงานแบบเดิมๆ ทุกวัน โดยไม่ขวนขวายหาความรู้ใหม่ๆ

7.ใช้สัญชาตญาณทำงาน 
นอกจากจะใช้หลักการให้งานเดินแล้ว คุณยังต้องใช้สัญชาตญาณในการทำงานด้วย อย่าทำตัวอยู่ในกรอบให้มากนัก หากงานไหนคุณต้องการความ ช่วยเหลือจากใครหรือมองเห็นว่างานนั้นสมควรต้องแก้ไขอย่ารอช้าให้ใช้ สัญชาตญาณที่คุณมีอยู่ลุยงานต่อไปเลย

8.ลิสต์ประเด็นตัวเองเข้าประชุม 
เมื่อเรามีปัญหาต้องเข้าประชุม หรือจำเป็นต้องเข้าประชุมตามวาระ ควรลิสต์ ประเด็นเกี่ยวกับการทำงานของเราไว้ด้วย เผื่อคุณจะได้ไอเดียใหม่ๆ ในการแก้ไข และแลกเปลี่ยนระบบการทำงาน เพื่อให้คนอื่นๆมองเห็นความ สามารถและความพยายามในการแก้ปัญหาของคุณลองคุยให้คนอื่นฟัง แล้วคุณจะได้ไอเดียวจากห้องประชุมเยอะแยะเลยทีเดียว

นอกจากจะแข่งกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวแล้ว คุณยังต้องแข่งขันกับตัวเอง เพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด เพราะเจ้านายของคุณกำลังเพ่งเล็งระบบ การทำงานทั้งหมด ยิ่งถ้าคุณทำดีมากเท่าไร ผลงานก็จะโดดเด่นมากขึ้น เท่านั้น ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณยังทำงานเรื่อยๆ ไม่กระตือรือร้นเจ้านาย ของคุณก็จะมองเห็นหลุมดำในตัวคุณแน่นอน

ที่มา job-passport 

กลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ พิชิตงานใหม่ !!



ยิ่งตัวเลขคนว่างงานพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนจากการปรับค่าแรง ความยากในการหางานใหม่ก็ทวีขึ้นเป็นเงาตามตัวเราเลยรีบหยิบเทคนิคหางานให้รุ่งจากคอลัมภ์ CAREER FOCUS จาก สุดสัปดาห์ มาฝากกัน โดยพลัน

1.หาตัวช่วย
แม้อินเตอร์เน็ตและหน้าคลาสสิฟายด์ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับจะเป็นเป้า
หมายของคนหางานทั้งสิ้น แต่การมองหาตัวช่วยอื่นเพิ่มจะเป็นประโยชน์ ต่อเรามากขึ้น เช่น การขอข้อมูลตำแหน่งว่างจากเพื่อนที่เป็นคนวงในบริษัท ที่คุณหมายปองจะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์เข้าถึงงานได้ดีกว่าการหว่านสมัครไปทั่วราชอาณาจักร หรือไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อน งานเลี้ยงส่งเพื่อนร่วมงาน งานแต่งงานเพื่อน ฯลฯ เพื่อสร้างคอนเน็กชั่นกับคนใหม่ๆ เอาไว้บ้าง เผื่อวันหน้าวันหลังจะได้เป็นช่องทางดีๆ ในการหางานใหม่ไงล่ะ

2.อย่ายึดติด
สมมติว่างานที่คุณทำอยู่ตอน นี้คือหัวหน้าฝ่ายการตลาด แล้วอยาก เปลี่ยนงานใหม่ แต่บังเอิญไม่มีบริษัทไหนเปิดรับตำแหน่งนี้เลยก็ควรลอง มองหางานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปพลางๆ เช่น ไปสมัครเป็นอาจารย์สอนวิชา ด้านการตลาด หรือหากใครที่เป็นพนักงานธนาคารก็อาจหางานที่เกี่ยว กับการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน เป็นต้น

3.เบนเข็มไปเลย
ถ้าคุณพร้อมจะเปลี่ยนแปลง คิดว่าตัวเองมีศักยภาพในการเรียนรู้สิ่งใหม่ และมุ่งมั่นจะทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้นได้ ควรเทคคอร์สอบรม เพื่อเพิ่มความรู้และ ทักษะในการประกอบอาชีพใหม่ โดยเฉพาะงานที่ส่อแววว่าจะเติบโต ขึ้นชนิดสวนกระแส เช่น งานเกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ หรือลองหาข้อมูลของโครงการต้น กล้าอาชีพที่รัฐบาลให้การสนับสนุนชัดเจนมากในเรื่องการส่งเสริมให้ คนมีงานทำ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1111 หรือ www.tonkla-archeep.com


4.ยินดีรับงานใหม่
ไหนๆ ก็ไปสมัครและสัมภาษณ์ตำแหน่งงานที่แม้ไม่โดนใจคุณมากนัก อาจเพราะเป็นงานชั่วคราวที่ต้องต่อสัญญาระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน ซึ่งนายจ้างจะคอยติดตามผลงานของคุณเป็นระยะๆหรือด้วยเหตุผลใด ก็ตาม นาทีนี้ได้งานอะไรก็ต้องคว้าเอาไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยจะได้นำเงิน เดือนมาซัพพอร์ตค่าครองชีพ แต่ในระหว่างทำงานก็ควรเต็มที่กับงานนั้นๆ และต้องไม่ปล่อยให้เวลาของการหางานใหม่ผ่านไปอย่างไร้ค่าเช่นกัน

NOTE: เชื่อหรือไม่ การบอกปากต่อปากอย่างเช่นจากคุณไปยังเพื่อนๆ ในกลุ่มให้ช่วยกระจายข่าวว่าคุณ (ผู้ที่มีโปรไฟล์การทำงานที่ดี) กำลังหางานทำ นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เพิ่มโอกาสการหางานได้มากถึงร้อยละ 40 ทีเดียว

ที่มา job-passport