วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2556

6 วิธีในการปรับปรุงบล็อกของคุณด้วย Google+



1. เพิ่มปุ่มและวิดเจ็ตของ Google+
ช่วยให้ผู้อ่านติดตามและแชร์โพสต์ของคุณใน Google+ ได้ด้วยปุ่ม +1, ป้ายสถานะ Google+ และ แกดเจ็ต Google+ ผู้ติดตาม ไปที่แท็บการออกแบบแล้วคลิก "เพิ่มแกดเจ็ต" จากนั้นเลือกแกดเจ็ต Google+ ที่ต้องการเพิ่ม
 
2. จัดการความคิดเห็นได้ในที่เดียว
เปิดใช้งาน Google+ คอมเมนต์เพื่อนำความคิดเห็นในโพสต์ของคุณมารวมไว้ในที่เดียวกัน รวมถึงโพสต์เกี่ยวกับเนื้อหาของคุณใน Google+ ด้วย
 
3. แชร์โพสต์กับผู้ชมใหม่ๆ
แชร์โพสต์ในบล็อกแบบสาธารณะใน Google+ และสนับสนุนให้ผู้อ่านแชร์ต่อ เพิ่มแฮชแท็กเมื่อคุณแชร์เพื่อเชื่อมโยงโพสต์เข้ากับธีมที่เกี่ยวข้องและหัวข้อที่กำลังได้รับความนิยมเพื่อให้มีคนเห็นโพสต์มากขึ้น
  
4. เชื่อมต่อกับผู้อ่านแบบเห็นหน้ากัน
จัดการสนทนาผ่านวิดีโอแชทกับกลุ่มผู้อ่านใน Google+ แฮงเอาท์ คุณสามารถถ่ายทอดการสนทนาแบบสดๆ และโพสต์วิดีโอบันทึกการสนทนาลงในบล็อกได้โดยตรง
 
5. พบคนอื่นๆ ที่สนใจในสิ่งเดียวกัน
เข้าร่วมใน Google+ ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับบล็อกของคุณ คุณจะพบกับผู้คนที่สนใจในเรื่องคล้ายๆ กันและหัวข้อใหม่ๆ ที่จะพูดคุย
  
6. Spark การสนทนาด้วยการพูดถึงของ Google+
เพิ่มการพูดถึงของ Google+ ลงในโพสต์เพื่อเรียกความสนใจจากคนที่ต้องการ การพูดถึงของคุณจะลิงก์กับ Google+ เพจหรือโปรไฟล์ Google+ ของบุคคลนั้น และคุณสามารถบอกให้พวกเขารู้เมื่อแชร์

ปากคลองรังสิต เร่งระบายน้ำ !!! (Flood protection at Rangsit, Pathum Thani, Thailand.)


วันนี้ผมจะพาไปเยี่ยมชมและศึกษาเก็บข้อมูล  หลังจากที่ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา 3-4 วัน ซึ่งเป็นผลมาจาก "พายุนารี" ทำให้ระเทศไทยโดนฝนกระหน่ำร้อยละ 80 ของพื้นที่  วันนี้ปากคลองรังสิตได้ทการเดินเครื่องสูบน้ำกำลังสูง  สูบน้ำออกจากคลองรังสิตไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อไม่ให่น้ำท่วมในตัวเมือง






น้ำไหลไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา


เครื่องสูบน้ำกำลังสูงประมาณไม่ต่ำกว่า 10 ตัว กำลังเดินเครื่องสูบน้ำออกจากคลองรังสิตเต็มกำลัง




เครื่องสูบน้ำใช้หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดพิกัด 2000kVA 22kV 50Hz  จำนวน  5 ตัว  ซึ่งถือว่าใช้กำลังไฟฟ้าอย่างมากกับการสูบน้ำแต่ละครั้ง  โครงสร้างต่าง ๆ ก็ถือว่าแข็งแรงไม่น้อย




นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำ  บทความนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นที่ผมจะนำเสนอเนื้อต่าง ๆ เกี่ยวกับงานวิศวกรรมตลอดจนมุมมองอื่น ๆ เดี๋ยวคราวหน้าจะพาเจาะลึกออกไปแนววิศวกรรมมากกว่านี้
โปรดติดตามตอนต่อไป....

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กว่าจะเรียนรู้ และ มีประสบการณ์



กว่าจะเข้าใจการทำงาน  กว่าจะมีประสบการณ์  ล้วนต้องใช้เวลาในการสะสมสิ่่งเหล่านี้  บางประเด็นบางปัญหาอาจจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 – 3 วันในการแก้ปัญหา  บางทีอาจจะต้องใช้เวลา 1 อาทิตย์ก็ได้  นอกจากนี้  อาจจะมีเรื่องใหม่ ๆ มาให้เราแก้ไขปัญหาอยู๋เรื่อย ๆ ก็เป็นได้


สวัสดีคับเพื่อน ๆ

บทความนี้คงเป็ยบทความแรกที่ผมเขียนอย่างจริงจัง  เพื่อนำเสนอแง่มุมหนึ่งของชีวิตในการทำงาน เผื่อว่าเราจะมีข้อคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันและกันนะครับ

ตอนที่ผมเขียนบทความนี้  ผมทำงานมาประมาณ 1 ปีแล้ว  แต่ก็ยังคิดว่า…คงยังไม่เพียงพอกับความรู้ที่ต้องการ  งานที่ผมทำเกี่ยวกับงานด้านเทคนิค  (วิศวกรเทคนิค)  ดูแลกระบวนการผลิต  ตลอดจนงานด้านไฟฟ้าอีกด้วย  แน่นอนว่างานด้านนี้ต้องใช้ความรู้หลายด้านมาประกอบกันเป็นพื้นฐานในการทำงาน  ซึ่งก็ยังคิดว่า  ยังต้องเรียนรู้อีกมากมาย เพราะผมเรียนจบสาย “วิศวกรรมไฟฟ้า”  ยังไม่เข้าใจแก่นแท้ของสายงานด้านต่าง ๆ เท่าใดนัก


ตั้งแต่ทำงานมานั้น  สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน  ในแนวทางของผม…ผมเสนอว่า  ”การทำงานเป็นทีม และ การประสานงาน”  เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่หลาย ๆ เรื่อง  จนเกิดความสำเร็จของการทำงานนั้น ๆ

หากเราไม่มีทีมงาน  หรือ ทำงานคนเดียว  แน่นอนว่า  เราสามารถทำได้  เราเก่ง  หรือว่าอะไรก็แล้วแต่  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  การทำงานคนเดียวไม่สามารถทำให้งานเสร็จได้โดยเร็ว  ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบจะต่ำลง   เนื่องจากสภาพการทำงานทุกวันนี้จะต้องแข่งขันกับสิ่งต่าง ๆ  บริษัทของเราต้องแข่งขันในหลาย ๆ เรื่อง  เช่น  ราคา  ต้นทุน  และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง   จนส่งผลให้คนทำงานอย่างเรา ๆ ต้องทำงานให้ทันเวลา  ลดของเสียในกระบวนให้มากที่สุด

เราไม่สามารถยืนได้เพีงลำพัง  (Can’t stand alone) ศาสตร์ทางด้านไฟฟ้า  เครื่องกล  กระบวนการผลิต   ยานยนต์  โยธา  ฯลฯ  ไม่สามารถยืนได้เพียงลำพัง   จะเห็นว่าทำไมยานยนต์ต้องมีไฟฟ้า  ระบบควบคุม  มีเครื่องกล กลไก  แลอื่น ๆ มากมาย  นั่นละโลกปัจจุบันมันเป็น “การรวมระบบ”  ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน  เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพบนพื้นฐานของความเหมาะสมที่สุด  สำเร็จตามเป้าหมายนั้น ๆ

จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น  ทำให้ผมต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ  ขาดการเรียนรู้ไม่ได้  ถ้าการเรียนรู้และพัฒนาจะทำให้อนาคตเราแย่ลง  และตลาดงานในวันข้างหน้าจะต้องแข่งขันอีกด้วย  การเปิด AEC ก็มีผลกระทบกับหลายสิ่งหลายอย่าง  เราต้องเตรียมพร้อมให้ดี !! สู้ต่อไป !!

“ประสบการณ์”  จะทำให้เรา  ”มีค่าตัวแพงขึ้น”

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบริการ ต.ค. 56 นี้


"เนวิน  ชิดชอบ" เล็งเปิด "อมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ตุลาคมนี้ ชูจุดเด่นโรงแรมธีมฟุตบอลแห่งแรกของไทย  พร้อมเดินหน้าสร้างสนามแข่งขันรถยนต์ระดับโลก ซึ่งเป็นส่วนขยายของ ไอ-โมบาย ธันเดอร์ คาสเซิล สเตเดียม ดันบุรีรัมย์เป็นจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมกีฬาชั้นนำ

นายปีเตอร์ เฮนลีย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ออนิกซ์เตรียมเปิดให้บริการ "โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ของบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สปอร์ต โฮเต็ล จำกัด (ซึ่งมีนายเนวิน ชิดชอบ เป็นเจ้าของโรงแรม) ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยมีออนิกซ์เป็นผู้บริหารโรงแรมให้ภายใต้แบรนด์ "อมารี"

"จุดเด่นของโรงแรมดังกล่าวจะเป็นโรงแรมในธีมฟุตบอลแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งจะมีสนามฟุตบอลขนาดเล็กตั้งอยู่ในโรงแรมด้วย ประกอบกับการตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งเป็นโลเกชันที่ตั้งอยู่ใกล้กับด่านชายแดน ส่งผลให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวอาเซียนเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 และเมื่อนักท่องเที่ยวอาเซียนมีการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้นจะส่งผลให้โรงแรมได้รับความนิยมมากขึ้น"



ทั้งนี้ อมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีห้องพักจำนวน 64 ห้อง ขนาดตั้งแต่ 34-114 ตารางเมตร แบ่งเป็นห้องสุพีเรียร์ 44 ห้อง ดีลักซ์ 14 ห้อง และห้องสวีต 2 ห้อง ซึ่งได้รับการออกแบบโดยบริษัท ไอวิว ดีไซน์ สตูดิโอ จำกัด ผู้ออกแบบสนามแข่งขันฟุตบอล ไอ-โมบาย ธันเดอร์ คาสเซิล สเตเดียม ซึ่งจะทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนเดินเข้าสู่สนามแข่งขันกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง เนื่องจากโครงสร้างของอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่งขันด้วยการจัดตำแหน่งให้ห้องพักโอบล้อมพื้นที่สันทนาการส่วนกลาง ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลขนาดเล็กและสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ ผู้เข้าพักยังจะได้พบความแปลกใหม่จากห้องอาบน้ำสไตล์ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านักกีฬาและห้องอาหารที่ใช้เก้าอี้แบบม้านั่งยาว เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นกันเองเสมือนทีมนักกีฬามานั่งรับประทานอาหารร่วมกัน

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าโรงแรมจะเป็นนักท่องเที่ยวในประเทศและในท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มนักท่องเที่ยวพักผ่อนหรือเลเชอร์ ตลอดจนกลุ่มที่มาทำกิจกรรมกับสนามฟุตบอล และแฟนฟุตบอลที่มาชมฟุตบอลจะต้องมาเข้าพักที่โรงแรมแน่นอน โดยพร็อพเพอร์ตี้นี้ได้รับความสนใจมากจากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เพราะเป็นโรงแรมธีมฟุตบอลแห่งแรกของไทย

ด้านนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เผยว่า การเปิดตัวโรงแรม อมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญเพื่อสร้างให้เมืองบุรีรัมย์เป็น 1 ใน 5 จังหวัด เพื่อการท่องเที่ยวและการกีฬาที่น่ามาเยือนที่สุดในไทย โดยในปี 2557 จะมีการสร้างสนามแข่งขันรถยนต์ระดับโลกซึ่งเป็นส่วนขยายของ ไอ-โมบาย ธันเดอร์ คาสเซิล สเตเดียม ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ทำให้มั่นใจว่าจะส่งผลให้บุรีรัมย์เป็นจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยวและการจัดกิจกรรมทางการกีฬาชื่อดัง ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมากในอนาคต

ที่มา http://www.thanonline.com/



ชิงแชมป์เอเซีย THAILAND VS MONGOLIA


   

โปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงชนะเลิศแห่งเอเซียครั้งที่ 17 ณ จังหวัดนครราชสีมา ในวันพรุ่งนี้

ยิมชาติชาย
11.00น เกาหลีใต้ เจอ อิหร่านหรืออินเดีย (กำลังขับเคี่ยวกัน แต่อิหร่านนำ 2-1 เซ็ตตอนนี้)
14.00น ญี่ปุ่น เจอ ไทย
16.30น จีน เจอ ไต้หวัน
19.00น คาซัคสถาน เจอ เวียตนาม

ยิมเดอะมอลล์
11.00น ออสเตรเลีย เจอ ฮ่องกง
14.00น อินโดนีเซีย เจอ มองโกเลีย
16.00น อินเดียหรืออิหร่าน เจอ เมียนม่าร์
18.00น ศรีลังกา เจอ ฟิลิปปินส์

10 ways to guarantee your presentation is a dismal failure !!!

Have you ever wondered what makes great presenters great? I do, and while I don’t have the secrets to greatness, I can provide a recipe for disaster. You might not have to do all these things in the same presentation to fail miserably, but certainly if you have the discipline to do them all, only failure can possibly follow.


  1. Show up late. I imagine few things show less respect for an audience than not showing up on time. If you have problems during your presentation, they will typically be less inclined to give you the benefit of the doubt. Some will dismiss you as a bozo, and you might not enjoy that.
  2. Make lame jokes about showing up late. You might think you’re lightening the mood or injective some levity, but subconsciously, you’re probably just trying to deflect responsibility to someone or something else. If you’re late, you’re late—admit it, apologize, then move on.
  3. Prepare, a little. The less you prepare, the less likely you’ll be able to handle problems during your presentation, and the less likely your words will hang together and make sense as a whole.
  4. Assume your equipment will work. I use a Mac for my presentations, and so I usually ask the host whether I should expect any problems connecting to their projector. It is important to distinguish, “No, there will not be any problems” from “I don’t see any reason why there should be a problem.” The first indicates that previous presenters have successfully connected with their Mac, and the second indicates that no-one knows what will happen. Especially in the second case, prepare for the worst to happen.
  5. Don’t have back-up materials. When the worst happens and you can’t use your visual material, you need some kind of back-up plan, whether it’s to ignore the material entirely, draw on a whiteboard or something else.
  6. Let technical problems distract you. When your visuals fail you, it’s back to execute your back-up plan and move forward. If you let the problems distract you, then you won’t be present for your audience and they will notice. Put yourself in the frame of mind of someone that doesn’t have visual equipment at all, that way you won’t be tempted to “resume the normal program” if, by some minor miracle, things work themselves out. Concentrate on your message and do your best to present it.
  7. Try to fix technical problems while continuing to present. Even if your audience somehow doesn’t notice when you’re distracted, they will certainly notice when you half-ignore them. If you really want to solve your technical problems, excuse yourself, take the time to concentrate on fixing the problem, then fix it. If after a minute or two you have no solution, then ignore the visuals and move on. Do not, however, talk to the computer or projector as thought it were the audience. If you’re going to talk to the audience, then give them your full attention.
  8. Make lame jokes to cover your frustration. While I wouldn’t go so far as to say, “Never let ’em see you sweat,” being passive-aggressive in your reaction to your frustration is no good either. Your audience will understand if you’re frustrated, but they want you to get past it and say what you came to say. Making jokes to cover your frustration helps you remain distracted by it, and as I’ve already said here, that keeps your attention divided, and the audience will not appreciate that.
  9. Forget your key premise. What worse outcome from frustration could there be than forgetting your key premise? The audience has already put up with your late arrival, your inability to get over technical problems, and now you leave them wondering just what on earth you were talking about. Can it get any worse?
  10. Just give up. Your audience wants you to succeed. If you let yourself, you can almost feel them pulling for you, in spite of all the problems you’ve gone through in front of them. The audience deserves your best effort, so giving up near the end, rather than collecting yourself and getting over the finish line is a cop out. If you plan to do that, then don’t accept the next invitation to speak.

    ความผิดพลาด 5 ประการ ของการนำเสนอ (Presentation Failure)


    การนำเสนอที่เคยเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญสำหรับคนทำงาน นับเนื่องถึงทุกวันนี้ ได้แปลงร่างเป็นทักษะที่ “จำเป็น” ต่อความสำเร็จทั้งในงานประจำ งานโครงการ ทั้งยังแสดงศักยภาพในการเป็นผู้นำอีกด้วย

    ว่ากันว่า หากนำเสนอไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง ไม่สำเร็จ ก็จองคิวแป๊กกันได้แต่เนิ่นๆค่ะ

    การนำเสนอทุกวันนี้ซับซ้อนกว่าแต่เดิมอยู่มาก เพราะองค์กรทอนโครงสร้างให้สั้นลง โอกาสที่ผู้บริหารระดับกลางจะนำเสนอต่อซีอีโอ หรือบอร์ดจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เป็นปกติสามัญ ยิ่งในยุคสมัยโลกใบเล็กลงเช่นนี้ การนำเสนอต่อผู้ฟังหรือผู้พิจารณาหลากสัญชาติ ยังเป็นเรื่องที่ไม่เกินคาดเดา

    บ่อยครั้งที่การพัฒนาทักษะการนำเสนอจะมุ่งไปที่ทำอย่างไรจะนำเสนอได้สำเร็จ แต่ผลลัพท์กลับไม่ใคร่ได้ดังใจ เพราะผู้เข้าพัฒนายังคง ตกกับดัก “สไตล์การนำเสนอที่คุ้นเคย” อยู่เช่นนั้น

    การณ์จึงกลับกลายเป็นว่า วิธีการนำเสนอที่ผิดพลาดก็ยังคงอยู่อย่างนั้น แล้วจะคาดหวังความสำเร็จใหม่ๆได้อย่างไร

    ใน Harvard Business Review เล่มล่า ได้ตีพิมพ์บทความเรื่องความผิดพลาดของการนำเสนอ โดยผู้เขียน Chris Anderson และได้กลายเป็นบทความยอดนิยมอันดับหนึ่งชนิดไม่ทันข้ามคืน นับว่ามีประเด็นที่คลาสสิค เหมาะเจาะกับแนวทางวิธีการนำเสนอในบ้านเราที่มายได้ประสบมาในบทบาทที่ปรึกษาอย่างน่าทึ่ง จึงอดไม่ได้ที่จะแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ค่ะ

    1. ใช้เวลาอธิบายว่า “กำลังจะ” นำเสนออะไรอย่างยืดยาว อาจด้วยความตื่นเต้น เตรียมตัวน้อย หรือตั้งใจจะให้ผู้ฟังเข้าใจอย่างชัดเจนถึงวัตถุประสงค์และประเด็นของการนำเสนอ จึงเกิดภาวะอธิบายวัตถุประสงค์ที่มาเนื้อหา และอธิบายซ้ำๆถึงความสำคัญจำเป็นเกินกว่า 10% ของเวลา นับว่าเป็นวิธีการที่ทำให้ผู้ฟังละความสนใจไปได้อย่างง่ายดาย

    2. “อ่าน” งานนำเสนอไปพร้อมกับผู้ฟัง ผู้นำเสนอทำหน้าที่สรุปประเด็นรวบยอดทางสถิติข้อมูลแนวโน้มและ “เล่าเรื่อง” ประกอบประเด็นสำคัญ แต่พบได้เป็นอาจิณที่ผู้นำเสนออ่านสไลด์ไปพร้อมกับผู้ฟัง ชนิดที่ว่าไม่ละสายตาจากหน้าจอ เช่นนี้แล้ว ผู้ฟังหรือผู้พิจารณา จะเบื่อหน่ายเพิกเฉย และพลิกอ่านเอกสารประกอบด้วยตนเอง พร้อมตัดสินใจอย่างรวบรัด ก่อนการนำเสนอจะสิ้นสุด

    3. นำเสนอด้วยน้ำเสียงเบา เชื่องช้า ไร้จังหวะจะโคน หมายรวมไปถึงการไม่ใช้ภาษากาย ประกอบการนำเสนอด้วย ทั้งที่การนำเสนอเป็นการสื่อสารกับผู้ฟังแบบทั้งตัว เมื่อใช้น้ำเสียงโมโนโทน ประกอบกับการนั่งนำเสนอนิ่งๆ นับว่าเป็นการกล่อมผู้ฟังให้หลับผล็อยไปได้ในเวลาอันสั้นค่ะ

    4. ไม่จัดสรรเวลาและจังหวะสำคัญ มีที่มาจากการเตรียมนำเสนอด้วยไฟล์พาวเวอร์พ้อย เมื่อทำไฟล์แล้วเสร็จ ก็ไม่ได้ซ้อมและจับเวลาที่ใช้ในการนำเสนอ ที่สำคัญ ละเลยการกำหนดว่าช่วงใด หรือเนื้อหาตรงไหน เป็นจุดพีค หรือไฮไลด์ ทำให้ยามนำเสนอจริงจึงเกิดภาวะเอื่อยเนือย และผู้ฟังตีความประเด็นสำคัญด้วยตนเอง

    5. ไม่ทอดสะพานความเชื่อมโยงไปยังผู้ฟัง ความเชื่อมโยงระหว่างนำเสนอเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าจะกระทำด้วยการใช้คำพูดเฉพาะหรือ Jargon ที่กลุ่มผู้ฟังใช้อยู่เป็นประจำ การสบตา เรียกชื่อยามขอความเห็น หรือใช้คำว่าเราให้มาก แต่ผู้นำเสนอที่ไม่ใส่ใจมิติด้านอารมณ์นี้ มักมุ่งไปที่การส่งสารด้านเนื้อหาเป็นสำคัญ ลึกๆแล้ว มีทัศนคติว่าผู้ฟังหรือผู้พิจารณา เป็นคนละพวกกับตน ทั้งยังไม่ทำการบ้าน ว่าผู้ฟังเป็นใคร ชื่อ ตำแหน่ง บทบาท ความสำคัญ มีสิ่งที่มุ่งหวัง หรือข้อพึงระวังอะไรบ้าง

    การนำเสนอที่ผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่หากพิจารณาสไตล์ของตน หรือสอบถามความคิดเห็นว่าเพื่อนร่วมงานที่ไม่มีอคติ เพื่อเป็นกระจกส่องทาง ในการลดละความผิดพลาดซ้ำๆ ก็นับเป็นก้าวแรกที่จะพัฒนาการนำเสนอให้ได้ใจและได้งานดังประสงค์ในทุกๆสถานการณ์และทุกความท้าทายค่ะ

    วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

    Location คือ ความสำเร็จของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

    ผมมีเพื่อนที่ลงทุนที่นี่และประสบความสำเร็จก็มี ไม่ประสบความสำเร็จก็มี ก็เลยขอยกตัวอย่าง มีอยู่รายหนึ่ง แกอยู่ลอนดอนมาหลายสิบปี แกพยายามทำอะไรเล็กๆ แต่พอตัว ซื้อๆ ขายๆ โดยเลือกทำเลที่ดีที่ 1 และที่ 2 เท่านั้น พอซื้อมายังขายไม่ได้ ก็ให้เช่ารอไป ใครขายแกซื้อ ใครซื้อแกขาย จนในที่สุดกลายเป็นเศรษฐีใหญ่ จากไม่มีอะไรมามากนัก ส่วนเพื่อนอีกคน ไม่มีประสบการณ์ แต่มีเงินพอ มีคนเอาตึกใหญ่ๆ สวยๆ มาขายก็ซื้อโดยไม่เข้าใจธรรมชาติของการอยู่อาศัยของลอนดอนเลย เตรียมพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยและโรงแรม แต่บังเอิญไม่เป็นที่นิยม ก็เลยไม่ค่อยดีเท่าไร

    การไปฟังเขามาอย่างเดียวไม่พอเพราะตัวเลขราคาคอนโด หรืออพาร์ทเม้นท์ที่นี่ราคามีตั้งแต่ตารางฟุตละ 1,000 ปอนด์ (50,000บาท) จนถึง 6,000 ปอนด์ (300,000บาท) หรือตารางเมตรละ 3,000,000 บาท


    ถ้าเราเข้าใจผิดก็อาจเป็นว่าซื้อของมาถูก ฝันจะขายแพงๆ มันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น จุดอ่อนของคนไทยคือ เรารู้เรื่องต่างประเทศน้อยและรู้ไม่ลึก ไม่ยอมศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อน ถ้าคิดจะลงทุนที่อยู่อาศัยในลอนดอน ต้องตั้งต้นที่ห้างสรรพสินค้า Harrods แล้วกางวงเวียนรัศมี 1 ไมล์ ย่านนี้ก็จะมี Hyde Park, Park Lane, Mayfair, Knightsbridge, Eaton Square, Wilton Crescent, Belgravia, Montpellier, Kensington เป็นต้น ย่านนี้ราคาไม่ค่อยตก เพราะคนซื้อไว้ เศรษฐีทั้งนั้น เมื่อเศรษฐกิจตก ก็ไม่ค่อยมีคนขาย พอเศรษฐกิจดี มีแต่คนมาซื้อ ย่านใหม่ที่กำลังมาแรง ก็จะเป็นย่าน Chelsea Harbour ครับ ถ้าย่านอื่นไกลกว่านี้ ราคาจะขึ้นไม่มาก เวลาเศรษฐกิจไม่ดี ราคาก็จะตก ขายต่อไม่คล่องเท่าที่ควร ส่วนย่าน City Center เป็นย่านที่ทำการธนาคาร ที่อยู่อาศัย โรงแรม ไม่มีคนนิยม ขายยาก ราคาไม่ดี

    สรุปเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ ราคาขึ้นลง ขายยากขายง่าย ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง (Location) เพราะฉะนั้น ต้องท่องคาถาให้ดีครับ ว่าจะเป็นนักพัฒนาหรือนักลงทุน หรือซื้อไว้ใช้เองก็ตาม คาถานี้คือ Location Location and Location ครับ คาถาอื่นไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าครับ และก็ต้องรู้จริงกับคำว่า Location ด้วย ไม่ใช่ฟังเขามาโดยไม่ไตร่ตรองหรือใช้ความชอบแบบบ้าน โดยไม่เข้าใจสภาพแวดล้อมของ Location นะครับ ท่องไว้ครับ อย่าวอกแวก

    Location Location and Location

    ตัวอย่างการแนะนำตัว ในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ


    หากคุณต้องเข้าสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ สิ่งแรกที่ผู้สัมภาษณ์งานมักให้คุณทำคือ การแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ วันนี้มีตัวอย่างการแนะนำตัวแบบย่อ ๆ มาฝาก โดยเริ่มจากการทักทายผู้สัมภาษณ์ จากนั้นบอกชื่อของคุณ ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ต่าง ๆ ของคุณที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร รวมถึงบอกเหตุผลที่คุณสมัครงานนี้ตามตัวอย่างการแนะนำตัวดังต่อไปนี้

    ทักทายผู้สัมภาษณ์

    Hello/Good Morning. I am glad to be here for this interview.

    แนะนำตัว

    My name is _____________________________.

    เล่าถึงประวัติการศึกษา

    I graduated with a bachelor's degree in (สาขาวิชาที่จบ เช่น Communication Arts) from (ชื่อสถาบัน) University. In my course of study I took courses in (ชื่อวิชาที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่รับผิดชอบในตำแหน่งงานที่คุณสมัคร เช่น Public Relations and Advertising), with grad A in Advertising course.


    หากคุณยังไม่เคยทำงานมาก่อน ให้เน้นที่ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย และการฝึกงาน

    ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย

    While in the university I have joined (ชื่อชมรม/ชื่อกิจกรรม the Journalist Club) in 2008-2009 and I have been voted for a chairman in 2010. I learned a lot from this club. I got new friends from other faculties. Learn to work with others, learned to be a leader and learn how to succeed together.

    ประสบการณ์การฝึกงาน

    During my last summer vacation, I interned at (ชื่อบริษัท), a leading media agency in Thailand where I had 
    a chance to practice writing advertising copies and learned how to work as professional in the field.

    หากคุณมีประสบการณ์ทำงานแล้ว ให้เล่าย่อ ๆ เกี่ยวกับลักษณะงาน โดยเน้นที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร

    ประวัติการทำงาน

    • หากคุณยังทำงานอยู่ I currently work as a (ชื่อตำแหน่ง) at (ชื่อบริษัท). 
    • หากคุณออกจากงานแล้ว I previously worked as a (ชื่อตำแหน่ง) at  (ชื่อบริษัท).

    My responsibilities include (หน้าที่ความรับผิดชอบของคุณ).

    เหตุผลที่สนใจสมัครงานนี้

    I am interested to apply for this position because I am confident that my experience in (ลักษณะงานที่ทำ) will prove to be a suitable match for your needs.

    ได้ทราบแนวทางการแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษในเบื้องต้นกันแล้ว ทีนี้ ก็เตรียมลงมือร่างสคริปต์แนะนำตัวของคุณให้เหมาะสมกับคุณสมบัติและตำแหน่งงานที่สมัครให้มากที่สุดกันเลย
    ที่มา http://th.jobsdb.com/


    วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556

    ส้มตำ คือ อาหารสมุนไพร และเป็นอาหารพื้นฐานของคนไทย


    ถ้าพูดถึงส้มตำทีไร น้ำลายไหลทุกที  พอพูดถึงปุ๊บ  สมองก็จะลำดับภาพความอร่อยมาให้ทันที  แล้วต่อมน้ำลายก็หลั่งไหลออกมา ซี๊ดดด ซ๊าดดด ....


    วิธีลง MATLAB 7 ใน Windows 7 (แก้ไข Error)

    เมื่อเราทำการลง MATLAB 7 ใน Windows 7 ไปแล้ว เมื่อเปิดโปรแกรมจะเกิดปัญหา Error ขึ้น นั่นคือการแจ้งเตือนว่า MATLAB 7 ไม่สามารถใช้กับ Windows 7 ได้ !!!   แต่เราสามารถปรับแก้ได้นะครับ ดังนี้

    คลิก OK ดังรูปที่ 1

    รูปที่ 1
    คลิกขวาไอคอน MATLAB 7 ดังรูปที่ 2
    รูปที่ 2
    คลิกเลือก Properties ดังรูปที่ 3


    รูปที่ 3

    คลิกเลือก Change setting for all users ดังรูปที่ 4

    รูปที่ 4
    คลิกเลือก Windows 2000  และ  คลิกเลือก Apply ดังรูปที่ 5 เพื่อให้ MATLAB 7 ทำงานในระบบปฏบิตการที่ต่ำกว่า Windows 7

    รูปที่ 5
     แล้วคลิก Apply และ OKดังรูปที่ 6

    รูปที่ 6
     เพียงเท่านี้  เราก็สามารถใช้งาน MATLAB 7 ได้ตามต้องการแล้วครับ

    รูปที่ 7

    หูฟัง ยี่ห้อ Philips สายยาว 2 เมตร ระบบ Surround ซาวน์ ดีมาก


    หลังจากที่ได้ซื้อ Computer ยี่ห้อ Lenovo ผมก็จัดหนักโดยการซื้อหูฟัง  หูฟัง ยี่ห้อ Philips ในราคา 490 บาท ขาดตัวไปเลย  เพื่ออนาคต..เราจะได้ไม่ต้องหาใหม่อีก  บรรจุภัณฑ์ที่เห็นดูสวยงามดี  มีคุณภาพ 



    เมื่อทำการแกะกล่องออกมา ก็พบว่าขนาดของหูฟังครอบพอดีหู ทำให้เสียงที่ได้ยินมีความลุ่มลึกมากขึ้น เสียงเบสออกดีมากกกก ขอบอก  เสียงกลาง แหลม  ออกมาดีเหมือนกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเราเลือก EQ ในโปรแกรมเพลงด้วยนะครับ สมกับราคาจริง ๆ ขอดี มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม


    ว้าวว  ... สายแจ๊คให้มาสองหัว เล็ก - ใหญ่ ทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อ  แน่นอนว่า ผมต้องซื้อมาใช้งานด้านดนตรี เพราะผมก็เล่นกีตาร์และอัดเสียงกลองจาก computer ด้วยเช่นกัน  งานนี้เหมาะกับการสร้างชิ้นงานของผมมากมาย 

    สำหรับบทความนี้ก็มีเรื่องราวเท่านี้ เดี๋ยวคราวหน้าจะมาพูดถึง Wireless Adapter บ้างดีกว่า เพราะผมื้อมาในวันเดียวกัน อิอิ

    ขอบคุณที่ติดตามครับ

    วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

    รอบรู้เรื่องวิตามิน เพื่อสุขภาพ



    ปัจจัยสี่เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อันได้แก่ การ พักผ่อน การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และจิตใจ ที่ห่างไกลความเครียด ทำให้ผู้คนต่างพยายามสรรหาสารพัดวิธี ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแนวทางใหม่ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น การฝึกจิต เพื่อทำจิตใจให้ผ่องใส รวมถึงการรับประทานอาหารเสริมเพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับการบำรุงอย่างครบถ้วน เป็นต้น บ้างก็ว่าการรับประทานอาหารให้ถูกโภชนาการย่อมไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยอาหารเสริมอีกต่อไป แต่สำหรับคนในยุคสมัยเรานี้ มีหรือที่จะรับประทานอาหารกันครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะเหล่าวิตามินต่างๆ ที่มักจะซ่อนตัวอยู่ในผักใบเขียวและพืชอื่นๆ รวมถึงผลไม้ที่มีรูปร่างและรสชาติที่หลากหลายเหลือจะนับ ด้วยเหตุนี้ การรับประทานวิตามินเสริม จึงมักจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งทำให้พวกเราผู้บริโภคมีความมั่นใจว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารครบถ้วนแล้วจริงๆ แต่อย่าเพิ่งรีบร้อนคว้าทุกสิ่งอย่างเอามากินเป็นวิตามินเสริมไปเสียหมด เพราะของอย่างนี้ควรศึกษาให้ดีว่าต้องกินอะไร ยังไงขนาดไหน เนื่องจากการศึกษาวิจัย บางตัวได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า บางครั้งการรับประทานวิตามินเยอะเกินไปก็ใช่จะส่งผลดีต่อร่างกายอย่างที่คิด

    วิตามินเอ
    วิตามินเอ พบได้มากในผักสีส้มและแดงอย่าง แครอท บีทรูท ผักโขม ฯลฯ รวมถึงน้ำมันตับปลา มีประโยชน์มากกับผิวพรรณในแง่ของการรักษาจุดด่างดำและริ้วรอยแห่งวัย ช่วยบำรุงสายตา กระดูกฟัน และเส้นผม ดูดซึมด้วยไขมัน เป็นวิตามินอีกตัวที่หลายๆ คน มักต้องอาศัยการรับประทานเป็นอาหารเสริม โดยเฉพาะในหมู่คนที่ไม่ค่อยกินผัก แต่หากร่างกายได้รับวิตามินเอมากจนเกินไปก็จะเกิดการสะสม ทำให้ปวดข้อ ปวดกระดูกตาม ตัว คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหารได้ง่าย ควรกินมากแค่ไหน – ผู้หญิงควรรับประทานประมาณ 4,000 I.U. ต่อวัน / ผู้ชายและผู้หญิงตั้งครรภ์ควรรับประทานประมาณ 5,000 I.U. ต่อวัน / หากต้องการกินเป็นอาหารเสริม ควรรับประทานประมาณ 1,000 I.U. ต่อวัน


    วิตามินบีรวม
    เนื่องจากมีวิตามินบีมากมายหลายชนิดเกินคณานับตั้งแต่วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินบี 3, วิตามินบี 5,วิตามินบี 6, วิตามินบี 12 ฯลฯ ซึ่งก็ล้วนแต่ทำงานร่วมกัน และอาหารส่วนใหญ่ที่อุดมไปด้วยวิตามินบีมักเป็นประเภทใกล้เคียงกัน ได้แก่ ขนมปัง ถั่ว อัลมอนด์ เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ ธัญพืชต่างๆ จมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง เห็ด นม โยเกิร์ต ไข่ไก่ ผักใบเขียว รวมถึงอาหารประเภทหมักดองบางชนิด อย่าง กะปิ เต้าเจี้ย ว น้ำปลา ปลาร้า เป็นต้น วิตามินบีรวมจะช่วยเสริมด้านการทำงานของสมอง ระบบประสาท หัวใจ กล้ามเนื้อ และการย่อยอาหาร หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ดูแลควบคุมความเป็นไปของระบบต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ โดยเฉพาะกับระบบประสาท และความเครียด ซึ่งถ้าขาดวิตามินบีรวมแล้ว ร่างกายอาจมีอาการชา เป็นตะคริวง่าย ความจำเลอะเลือน มีปัญหาในการมองเห็น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย โลหิตจาง สำหรับผู้ที่ดื่มจัด สูบบุหรี่จัด และชอบกินหวานจัดรวมถึงผู้ที่ต้องกินยาลดกรดบ่อยๆ และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ร่างกายอาจจะเกิดภาวะขาดวิตามินบีได้ง่าย จึงควรดื่มน้ำเยอะๆ เพราะเป็นวิตามินที่ดูดซึมด้วยน้ำค่ะ ควรกินมากแค่ไหน – ตามปกติควรรับประทานประมาณ 300-400 มิลลิกรัม แต่หากต้องการรับประทานเพื่อรักษาโรคหรืออาการบางอย่างอาจต้องรับประทานประมาณ 3,000-5,000 มิลลิกรัม

    วิตามินซี
    เป็นวิตามินที่ดูดซึมด้วยน้ำ และเป็นวิตามินยอดฮิต เพราะนอกจากจะช่วยป้องกัน โรคหวัดซึ่งเป็นกันได้ทั้งปีแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส เนื่องจากช่วยสร้างคอลลาเจน สมานแผลสด และรักษาโรคลักปิดลักเปิด พบได้มากในผลไม้จำพวก ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะขาม และมะเขือเทศ ฯลฯ ผู้ที่ขาดวิตามินซี มักมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดตาม ข้อและกระดูก เลือดออกตามไรฟัน แต่ถ้าได้รับมากเกินไปจะทำให้ร่างกายสะสมธาตุเหล็ก ตามข้อกระดูกต่างๆ และมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เพราะ วิตามินซีมีค่าเป็นกรดนั่นเอง ควรกินมากแค่ไหน – ตามปกติแล้วควรรับประทานวิตามินซีประมาณ 500 มิลลิกรัมต่อวันเป็นอย่างน้อย และสามารถกินได้ถึง 6,000 มิลลิกรัมในกรณีที่กินเพื่อรักษาโรคหรืออาการต่างๆ

    วิตามินดี
    อาหารที่อุดมด้วยวิตามินดีก็คือผลิตภัณฑ์นม เนย ไขมัน น้ำมันตับปลา ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และไข่แดง พบได้มากในแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าและยามเย็น มี คุณสมบัติช่วยบำรุงให้กระดูกและฟันแข็งแรง อีกทั้งยังมีส่วนในการดึงคาร์โบไฮเดรตมาใช้ ดูดซึมได้ด้วยไขมัน แต่ถ้าได้รับมากเกินขนาดก็จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำ มี ปริมาณแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปัสสาวะสูง มีหินปูนเกาะในร่างกาย แต่การศึกษาวิจัยพบว่าการรับประทานวิตามินดีน้อยเกินไปก็อาจเป็นสาเหตุ ของสายตาสั้นได้ ควรกินมากแค่ไหน – ผู้ชายและผู้หญิงควรรับประทานประมาณ 200-300 I.U. ต่อวัน / ผู้หญิงมีครรภ์ควรรับประทานประมาณ 600 I.U. ต่อวัน

    วิตามินอี
    สาวๆ ที่อยากสวยนานๆ มักจะพึ่งพาวิตามินอีเป็นประจำด้วยคุณสมบัติที่ช่วยต่อต้านสาร อนุมูลอิสระ อันนำมาซึ่งความแก่ชราก่อนเวลาอันสมควร ช่วยบำรุงเลือดและเสริมประสิทธิ- ภาพการทำงานของระบบเลือดช่วยบำรุงให้ผิวพรรณอิ่มเอิบ อ่อนเยาว์ รักษาแผลได้ดี รวมถึงยังช่วยบำรุงระบบสืบพันธุ์และกล้ามเนื้ออีกด้วย เป็นวิตามินอีกตัวที่ดูดซึมในไขมัน หากร่างกายได้รับวิตามินอีไม่เพียงพอก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันลดต่ำลง หลอดเลือดจะแข็งตัวขึ้น เลือดจับตัวเป็นลิ่มเป็นก้อน ระบบประสาทมีปัญหา โลหิตจาง แต่ในทางตรง ข้าม หากได้รับวิตามินอีมากเกินไปก็อาจเกิดอาการตาพร่ามัว อ่อนเพลีย ท้องร่วง กล้ามเนื้ออ่อนล้า ปวดศีรษะ อาหารที่พบวิตามินอีได้มากคือน้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลอโวคาโด ผักใบเขียว ฯลฯ ควรกินมากแค่ไหน –ตามปกติแล้วควรจะรับประทานประมาณ 10-15 I.U. หรือประมาณ 10 มิลลิกรัมต่อวัน นั่นหมายถึงจมูกข้าวสาลี 1 ช้อนโต๊ะก็เพียงพอแล้ว แต่ก็ไม่ควร รับประทานเกินวันละ450 มิลลิกรัม

    คิดบวกสร้างสุขสร้างเงิน

    พลังคิดบวก นอกจากจะช่วยให้คนประสบความสำเร็จแล้ว ยังช่วยให้คนคิดบวกมีความสุขด้วย และสิ่งที่ตามมาคือสุขภาพกายและใจแข็งแรง

    "You are what you think" คิดอย่างไร? ได้อย่างนั้นเคยสังเกตไหมคนสองคนทำทุกอย่างเหมือนกันทุกประการ ทำไมคนหนึ่งสำเร็จ อีกคนไม่สำเร็จ ทำอะไร? ก็ไม่ได้ดี ทำการค้าก็ขาดทุนเป็นหนี้เป็นสิน ทำงานเป็นลูกจ้างก็ไม่ก้าวหน้า ไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย อยู่ที่ "วิธีคิด" คิดบวกชีวิตบวก คิดลบชีวิตลบ ภาษาพุทธศาสนาเรียกว่า "จิต/ใจ" สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ อยู่ที่วิธีคิดจะคิดให้ตัวเองทุกข์หรือจะคิดให้สุข เลือกได้ แต่คนเราส่วนใหญ่ชอบเลือกที่จะคิดให้ตัวเองทุกข์ เมื่อทุกข์จิตใจจะเศร้าหมองจะเริ่มท้อ เมื่อท้อทำอะไรก็ไม่สำเร็จเพราะไม่มีพลัง จิตใจห่อเหี่ยว แช่งตัวเองทุกวัน "ทำไม่ได้หรอก ไม่มีทางสำเร็จ ปัญหาเยอะขนาดนี้จะสำเร็จได้อย่างไรไม่มีทาง ฯลฯ"

    ทุกวันนี้ความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจมีมากมาย สารพัดภัยรอบตัวเราทั้งภัยจากธรรมชาติ ภัยที่เกิดจากมนุษย์ด้วยกัน สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราล้วนทำให้เราเกิดทุกข์ได้อย่างง่ายดาย มาช่วยกันดูแลตัวเองด้วยการคิดบวกจะดีกว่าไม่ว่าอะไรจะมากระทบขอให้คิดบวกไว้ก่อน มีงานวิจัยของสหรัฐอเมริกาเรื่องวิธีคิดที่มีผลต่อเซลล์สมอง เขาบอกว่าทุกครั้งที่คิดบวกเซลล์สมองด้านดีจะแตกกิ่งก้านสาขาออกมามากมาย แต่เมื่อไรคิดลบเซลล์สมองอีกด้านก็จะแตกกิ่งก้านออกมาเหมือนกันแต่จะรวมกันคล้ายพังผืดยึดติดกันเป็นแผ่นทำให้เลือดที่จะไปเลี้ยงสมองไหลเวียนไม่สะดวกทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ตามมา


    ไม่ว่าผลการวิจัยนี้จะจริงหรือไม่ก็ตามสิ่งที่เราสามารถพิสูจน์ได้คือ คิดบวกแล้วมีความสุขแน่ๆคิดลบก็ทุกข์แน่ๆ เช่นกัน เมื่อรู้แบบนี้แล้วเรายังจะคิดลบกันอยู่ทำไม มาดูกันดีกว่าคนรวยเขามีวิธีคิดอย่างไร?

    • คนรวยเชื่อในทฤษฎี Can Do ทุกอย่างทำได้และลงมือทำอย่างจริงจัง คนจนคิดว่าฟ้าลิขิตทำยังไงก็ไม่ได้ถ้าดวงไม่มี
    • คนรวยมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการอะไร และคิดหาวิธีไปถึงเป้าหมายโดยไม่ละความพยายามด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่ คนจนส่วนใหญ่ไม่มีเป้าหมายหรือแม้มีเป้าหมายก็ไปไม่ถึงเพราะความคิดลบสกัดกั้น
    • คนรวยเห็นแต่โอกาสไม่คิดถึงปัญหาแม้มีปัญหาก็แก้ไขได้ คนจนเห็นแต่อุปสรรค จ้องมองหาแต่ปัญหาที่ทำให้ท้อแท้ไม่สู้ 
    • คนรวยคิดใหญ่ อย่างมีพลัง คิดได้ต้องได้ คิดมีต้องมีใช้พลังความคิดเป็นตัวขับเคลื่อน คนจนคิดเล็ก ได้ก็ดีไม่ได้ก็ช่างมัน
    • คนรวยใช้เงินทำงานด้วยการบริหารจัดการให้เงินงอกเงย คนจนทำงานเพื่อให้ได้เงินมาจับจ่ายใช้สอย อยู่กับลัทธิเอาอย่าง
    • คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่ประสบความสำเร็จและคิดบวก คนจนคิดลบคบหากับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ
    • คนรวยทำสิ่งใดคาดหวังต่อความสำเร็จ เชื่อว่าสามารถทำได้มีความมั่นใจ คนจนทำสิ่งใดคาดหวังต่อความล้มเหลว ขาดความเชื่อมั่นคิดถึงแต่ความไม่สำเร็จ


    พลังคิดบวกนอกจากจะช่วยให้คนประสบความสำเร็จแล้วยังช่วยให้คนคิดบวกมีความสุขด้วยและสิ่งที่ตามมาคือสุขภาพกาย-ใจแข็งแรง ผู้คนรอบข้างมีความสุข ตรงกันข้ามกับคนคิดลบนอกจากไม่ประสบความสำเร็จแล้วยังเต็มไปด้วยความทุกข์ หวาดระแวง เครียด สิ่งที่ตามมา คือ โรคร้ายแรง คนใกล้ชิดมีแต่ความทุกข์ เพียงคิดบวกทุกๆวัน ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป "คิดบวกสร้างสุขสร้างเงิน"


    วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

    โครงสร้างการพัฒนาเมืองในอนาคต "บุรีรัมย์คู่กับสุรินทร์" เมืองคู่แฝด !!


    เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศจะอยู่แบบไร้พรมแดน มีการพัฒนาเร็วมาก และจ.สุรินทร์กับบุรีรัมย์ จะจับมือเป็นเมืองฝาแฝด เพราะอยู่ใกล้กัน อีกหน่อยในปี พ.ศ.2557 ถนนสายสุรินทร์-บุรีรัมย์ ระยะทาง 50 กิโลเมตร จะเป็นถนนขนาด 4 แลน สร้างเสร็จสมบูรณ์ และเชื่อมต่อกับสนามแข่งขันรถจักรยานยนต์ สนามระดับโลก ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยจะสามารถสร้างเสร็จได้ในปี 2557 ทำให้ จ.สุรินทร์ได้รับประโยชน์ จากที่พักโรงแรมต่างๆ มีนักท่องเที่ยว และผู้เข้าร่วมการแข่งขัน เข้ามาพักในจ.สุรินทร์เป็นจำนวนมาก

    ขณะเดียวกันเมื่อมีการพัฒนา ถนนมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพฯมาถึงนครราชสีมา หรือรถไฟความเร็วสูงมาถึงจ.นครราชสีมา เพียง 1 ชั่วโมง จากนั้นจะทำให้การเดินทางมายังจังหวัดบุรีรัมย์ และสุรินทร์สะดวกมากขึ้น และใช้เวลาเพียง 1 หรือ 2 ชั่วโมงถึงบุรีรัมย์แล้ว นักท่องเที่ยวจะมีนักท่องเที่ยวใน 2 จังหวัดนี้มากขึ้นอย่างแน่นอน ประชาชน ร้านค้าต่างๆ จะมีรายได้จากการขายสินค้าที่ผลิตได้ในท้องถิ่นมากขึ้นด้วย.

    การรักษาเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด


    โดย : นายแพทย์ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล
    สำหรับเนื้อหาที่นำมาบรรยายในหัวข้อนี้เป็นประสบการณ์ที่ศูนย์ธรรมชาติบำบัด  ได้ใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานมาระยะเวลาหนึ่ง เป็นการดูแลรักษาโดยใช้ธรรมชาติบำบัด ก่อนอื่นขอปูพื้นสักนิดเรื่องเบาหวาน เป็นข้อมูลเชิงการแพทย์

    เบาหวานคืออะไร

    เบาหวาน ภาษาทางการแพทย์เรียกว่า “Diabetes Melitus” เป็นโรคที่มีความผิดปกติของการนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน (Glucose Utilization) ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถแบ่งแยกย่อยได้หลายชนิด ทางการแพทย์มี 5-6 ชนิด แต่ที่รู้จักกันมี 2 ชนิด คือ
    • 1. DM type I ซึ่งพบน้อยประมาณ 10%
    • 2. DM type II พบประมาณ 90%

    ความแตกต่างระหว่างเบาหวาน 2 ชนิด 

    DM type I เบาหวานชนิดที่หนึ่ง เป็นความผิดปกติของการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า อินซูลิน (Insulin) คือไม่สามารถสร้างได้ เนื่องจากเซลล์ที่อยู่ในตับอ่อนหรือ Beta cell ถูกทำลาย ฉะนั้นการรักษาในทางการแพทย์ตะวันตก เนื่องจากไม่มีอินซูลิน จึงต้องใช้อินซูลินฉีดเข้าไปเพื่อทดแทน


    DM type II เบาหวานชนิดที่สอง พบมากกว่าและปัญหาทางด้านสาธารณสุข เนื่องจากมีความผิดปกติทางร่างกายที่ทำให้มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน พูดง่ายๆ ก็คือ ร่างกายยังผลิตอินซูลินได้บ้าง แต่ว่าอินซูลินที่ผลิตออกมานั้นร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่อฤทธิ์ของมันได้ ฉะนั้นการรักษาเบาหวานประเภทนี้ใช้ได้ 2 แบบ คือ
    • 1. ใช้ในการฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทน ในกรณีที่อินซูลินแทบจะทำงานไม่ได้
    • 2. ใช้การกินยาเข้าไป อย่างที่คุณหมอเทวัญฯ ได้เกริ่นนำไปแล้ว การกินยามีหลายชนิด มีชนิดหนึ่งไปกระตุ้นให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น ลดภาวะการดื้อต่ออินซูลิน หรือเพิ่มการหลั่งอินซูลินจากเบต้าเซลล์

    วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556

    กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า AJ Cordless Automatic Kettle (รีวิว)


    วันนี้ผมเกิดอารมณ์เปลี่ยว  เดินไปห้าง Big C คนเดียว  เข้าร้านโน่น นี่ นั่น  จนเหนื่อย  ก็เลยได้สินค้ามาตัวหนึ่ง นั่นก็คือ กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า AJ Cordless Automatic Kettle  


    ดูจากภายนอกแล้วก็เหมือนไม่มีอะไรเท่าไร !!!??? พอถอดไส้ ถอดพุง ออกมาดูก็พบว่า  สายไฟไม่มีดิน (Ground)  แน่นอนว่าความปลอดภัยในด้านระบบไฟฟ้าไม่มี  แต่การใช้งานยังถือว่ามีความปลอดภัยในระดับดี  โดยดูจากวัสดุที่ใช้ เป็นพลาสติกทั้งหมด  ซึ่งเป็นฉนวนทางไฟฟ้าได้ระดับหนึ่ง เพียงพอต่อการใช้งาน  และ ฐานวางกาต้มน้ำไฟฟ้าดูธรรมดา ๆ โดยมีขั้วต่ออยู่สามช่อง


    ถัดมาเป็นใบรับรองคุณภาพ QC ที่บ่งบอกว่าผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว  ในส่วนของการใช้งานให้ใช้ที่แรงดันไฟฟ้า 220Vac  ใช้กำลังไฟฟ้า 1000W  ดังนั้นจะกินกระแสไฟฟ้า I = 1000W/220V = 4.545A ซึ่งกำลังไฟฟ้าในส่วนนี้จะกินไฟน้อยกว่ายี่ห้อ OTTO ประมาณ 800W (เทียบในราคาเดียวกันและจำนวนลิตรเท่ากัน)  



    เมื่อทำการทดสอบโดยเทน้ำใส่เข้าไปประมาณครึ่งกาต้มน้ำ  แล้วเสียบไฟใช้งาน พบว่า  เพียงชั่วครู่น้ำก็เดือดพอเหมาะสำหรับชงกาาแฟได้แล้ว  (ประมาณ 2-3 นาที)


    สุดท้ายนี้   ผมก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ผู้อ่านทุกคนนะครับ