วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ริมน้ำ รีสอร์ท กับการพักผ่อนที่แสนสุขสบาย

ทำงานเป็นวิศวกรมาได้  1 ปี รู้สึกเหนื่อยล้ากับการทำงานมั้กกมากๆ  เข้าสู่ปีที่ 2 ผมก็คิดว่า "เราต้องหาที่ท่องเที่ยว  พักผ่อนหย่อนใจบ้างแล้วล่ะ" แต่ยังเวลาอีก 2 เดือนจะครบ 1 ปีของการทำงาน  ผมก็มาพักผ่อนหย่อนใจซะแล้ว 555++ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มโปรเจคที่ผมได้คิดไว้  

วันนี้ผมเดินทางไปท่องเที่ยวที่  ริมน้ำ  รีสอร์ท  อ.นางรอง จ.บุรีรัยม์  บรรยาการดีมาก  ตอนที่ผมมานั้นมันเป็นฤดูหนาว  แต่ไม่ค่อยหนาวนัก  มีอ่างเก็บน้ำกว้างมาก ผู้คนวิ่งออกกำลังช่วงเย็นกันมากมาย 


ร้านอาหารรอบ ๆ ที่พักแห่งนี้  มีเพียงพอให้เราได้รับประทานกัน  ร้านเนื้อย่าง ๆ และร้านสะดวกซื้อก็อยู่ไม่ไกลมากนัก  เดินสักครู่ก็ถึง  ร้านอาหารของทาง ริมน้ำ รีสอร์ท ก็แสนถูกที่เดียวครับ









ผลกระทบจาก AEC ตอนที่

ผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดจาก aec จะส่งผลกระทบรุนแรงอย่างมากกับธุรกิจในไทย  จะมีการแข่งขันสูง  การประมูลงานทำได้ยากขึ้น มีการล้ม bid มากขึ้น ลูกค้าสามารถกำหนดสิ่งที่ต้องการได้มากขึ้น

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

KTB NETBANK บริการใหม่จาก กรุงไทยออนไลน์


บ่อยครั้งที่ผมใช้งานกรุงไทยออนไลน์  (KTB Online) ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น เดิมเงินมือถือ โอนเงิน  และชำระค่าบริการต่าง ๆ มันสิ่งที่สะดวกมากสำหรับชีวิตที่เดินทางไปธนาคารได้ยากลำบากแบบนี

ปัจจุบันนี้ KTB Online กลายเป็น NETBank ไปเรียบร้อยแล้ว  ทำให้เราใช้งานการเงินออนไลน์ได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้ยังสามารถโหลด App เหล่านี้มาติดตั้งใช้งานในเครื่องโทรศัพท์ของเราได้แบบง่าย ๆ และ ฟรีด้วย  อิอิ...



เนื่องด้วยเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ทาง NET Bank ได้พัฒนาขึ้น  ทำให้เราใช้งานได้ง่ายขึ้นมา  เป็นการรวมระบบทุกอย่างที่เราทำผ่านธนาคารกรุงไทยให้รวมอยู่ที่เดียวกัน  สามารถโยกย้ายเงิน  การลงทุน หรือชำระสินค้าต่าง ๆ ได้ภายในแว๊บบบ เดียว.....

เพื่อนคนไหนที่ยังไม่ลองใช้งานบริการเหล่านี  ลองใช้ดูครับ  แล้วเพื่อน ๆ จะติดใจคับ ^_^

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ ปี 2557


  • 1.รายได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนเดิม ตามพระราชกฤษฎีกา
    (ฉบับที่ 470) พ.ศ. 2551
  • 2.รายได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 10% >> 5%
  • 3.รายได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% เหมือนเดิม
  • 4.รายได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 20% >> 15%
  • 5.รายได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ตามเดิม
  • 6.รายได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 30% >> 25%
  • 7.รายได้สุทธิ 2,000,001-4,000,000 บาท เสียภาษี 30% ตามเดิม
  • 8.รายได้สุทธิตั้งแต่ 4,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 37% >> 35%
ส่วนผมคงจะอยู่ที่ข้อ 2 ดังนั้น ผมคงต้องเสียภาษีตามกฎหมาย  แต่คงลดหย่อนได้ทั้งหมด  อีกอย่าง...ผมคงไม่วันที่จะได้เงินสามแสนบาทต่อปีแน่ ๆ เพราะเป็นเพียงแค่ลูกจ้างคนนึง..

Popcorn Major Cinema อร่อยดี


วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

The Nature between I come back to Rangsit by Train















เป้าหมายของเรา กับ เป้าหมายขององค์กร

ไม่อาจปฏเสธว่า.... เป้าหมายของชีวิตคนเราล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและประสบการณ์ต่าง ๆ  ที่ได้พบเจอ  

เป้าหมายของตัวเราคืออะไร ?
หลาย ๆ คนคงมีเป้าหมายของตนเองว่าจะวางเส้นทางชีวิตไว้อย่างไร  จะเลือกเดินไปทางไหน  จะทำงานอะไร  ที่ไหน  และจะไปทำงานอื่นได้อย่างไรและที่ไหนบ้าง  หลังจากนั้น ช่วงเกือบจะบั้นปลายชีวิตเราจะเลือกวางเส้นทางไว้อย่างไร  

โดยส่วนใหญคงไม่มีใครทำงานที่ตนเองไม่ถนัด หรือว่า ระบบการทำงานที่ไม่ได้เรื่องไปตลอดชีวิตจริงไหม ?    และต้องเปลี่ยนงานใหม่จนกว่าเราจะพอใจและเพียงพอต่อการดำเนินชีวิต  แล้วเมื่อนั้นเราอาจจะพบกับความพอใจ  ความสุข  ความสมดุลต่าง ๆ ในชีวิต

เป้าหมายขององค์กรคืออะไร ?

เป้าหมายขององค์กรล้วนโน้มน้าวใจให้คนในองค์กรทุ่มเททำงานกับงานเหล่านั้นอย่างเต็มที่เพื่อให้งานที่ได้มีคุณค่า  คุณภาพ  ลูกค้าพึงพอใจ  ฯลฯ  มีบางครั้งก็ยังไม่เข้ามากนักว่าเป้าหมายขององค์กรคืออะไร ? นโยบาย วิสัยทัศน์ ที่กำหนดไว้นำมาปฏิบัติจริงจะได้มากน้อยเพียงใด  ? สิ่งเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำงานไม่เป็นตามเป้าหมาย  การสอนงานไม่มี  การส่งไปอบรมเรียนรู้งานต่าง ๆ ก็ยากนักที่ตัวเองจะตัดสินใจ  

สุดท้ายแล้ว  เป้าหมายทั้งสองอย่างก็อาจจะไม่ไปด้วยกัน  ดังนั้นเราก็ควรแยกเป้าหมายให้ชัดเจนว่าชีวิตเราจะไปไหนต่อดี  ส่วนการทำงานคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธนะว่า เป็นการทำงานเพื่อการยังชีพก็เท่านั้นเอง  ส่วนน้อยนักที่จะทุ่มเทให้กับองค์กร  บางทีอาจจะทุ่มเทในช่วงแรก  ๆ แต่พอนาน ๆ ไปอาจจะถูกอะไรบางอย่างทำให้เราไม่ทุ่มเท หรือ ไฟแรงอีกต่อไป...

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

น้ำลำตะคอง เต็มตลิ่ง

ได้ยินข่าวคราวว่าทางโคราชถูกน้ำท่วมเนื่องจากน้ำจากลำตะคองล้น  ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว  ... วันนี้ผมก็ได้เดินทางกลับบ้านผ่านลำตะคองพอดี ก็ได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝากเพื่อน ๆ ว่าน้ำในลำตะคองมันเต็มขนาดไหน !!???  จากภาพจะเห็นว่ามีน้ำเต็มคลองเลยละ  แถมยังมีหน้าดินพังทลายลงมาด้วน  หากฝนตกไม่หยุดแบบนี้  รถไฟช้าแห่งประเทศไทยคงเดินต่อไปไม่ได้แน่นอนเลยละ










The Flower and Farm









วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บทบาทของสภาวิศวกรในยุคปัจจุบัน คืออะไร ?

บทความต่อไปนี้เป็นกระทู้ของสภาวิศวกร ซึ่งผมนำมาเสนอ ณ ที่แห่งนี้  ก็เพื่ออยากให้เพื่อน ๆ ผู้อ่าน ได้คิดและตระหนักถึงแก่นแท้ของสิ่งที่เกิด   จริง ๆ แล้วผมก็คิดอยากจะไปสอบ กว. เช่นกัน  แต่พอมาเจอกระทู้นี้  ก็เลยเกิดเห็นทางสว่างของชีวิตมากขึ้น  ไปดูกันครับ..

ขอเรียนถามสมาชิกสภาวิศวกรทุกท่าน เกี่ยวกับบทบาทของสภาวิศวกรในยุคปัจจุบัน ครับ
ผมอยากทราบความคิดเห็นของสมาชิกทุกท่านครับว่า บทบาทของสภาวิศวกรในปัจจุบันนี้ได้ให้อะไรกับพวกเราบ้างครับ เท่าที่ผมเห็นคือ การเก็บเงินแล้วเอาเงินไปใช้เพื่อตนเอง การออกใบ กว. เพื่อมากีดกันการประกอบอาชีพกันเองแล้วก็ทำให้พวกเราหลงในใบ กว. ภาคี สามัญ วุฒิวิศวกร ยกเลิกระบบใบ กว. ได้ก็จะดีนะครับ สภาวิศวกรควรจะไปควบคุมการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาให้ได้มาตรฐานจะดีกว่าไหมครับบัณฑิตจบมาจะได้มีคุณภาพสามารถประกอบอาชีพโดยสุจริตตามที่ได้เหล่าเรียนมา ไม่ใช่มามัวแต่หมกมุ่นกับต้องเอาใบ กว. ผมมองว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ได้สร้างสรรค์ สภามาควบคุมที่ปลายเหตุ ผมสงสารประเทศไทยที่ต้องมีพวกคุณในสภาวิศวกรที่ไม่คิดถึงประเทศชาติเลย สรุปสภาวิศวกรควรไปควบคุมที่แหล่งผลิตวิศวกรก็คือมหาวิทยาลัยให้ได้มาตรฐานจะดีกว่านะครับ ไม่ต้องมีใบ กว. หรอก ช่วยกันทำงาน ตามที่เหล่าเรียนมา ไม่ต้องมากีดกันกัน และบ้าอำนาจกัน

 เห็นด้วยคร๊าบ อาจารย์

ขอตอบในนามของสภาผู้แทนหมู่บ้านละกัน
ทางสภาคงทำอะไรไม่ได้มาก
เพราะว่าเรามีสโลแกนประจำใจอยู่ว่า
\"เอ่อ เรื่องนี้ ทางสภาฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง\"
หรือว่า \"เอ่อ..สภาฯไม่มีอำนาจ คงต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูและเอง\"
*********แล้วจะมีสภาฯไว้ทำ ค...ว...x อะไรฟะ***********

 -เห็นด้วยกับท่าน วุฒิวิศวกร แก่แล้ว มากเลยครับ แต่ผมขอเพิ่มเติมว่า การเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา เขาก็เข้าไปยุ่งทุกเรื่อง เช่น เรื่องอาจารย์ผู้สอน หัวหน้าภาควืชา หลักสูตร เป็นต้น ทำให้ระบบการบริหารมีปัญหา ระบบการจัดหลักสูตรเหมือนกัน ถูกล็อคไว้ มหาวิทยาลัยทำหลักสูตรให้หลากหลายเฉพาะไม่ได้ ต้องทำหลักสูตรเพื่อเอา กว. เท่นั้น น่าปวดหัวมากเลย แล้วแบบนี้ประเทศชาติจะพัฒนาการศึกษาไปได้อย่างไรครับผม
--ถามว่าถ้าเรียนผ่านหลักสูครที่ผ่านการรับรองแต่ไม่ตั้งใจเรียนไม่มีความรู้จะได้มาตรฐานไหมครับ
-วิธีที่ผมขอเสนอ คือ จัดสอบแล้วทำแบบทดสอบให้สามารถวัดความรู้ได้จริง แล้วให้ผู้ที่ทำข้อสอบได้ คือ ผู้มีความรู้ ภ้าผ่านการทดสอบก็ยอมรับได้

ใบ กว. เป็นสิ่งสำคัญที่แสดงถึงความสามารถที่วิศวกรควรจะมีในการออกแบบ และเป็นการให้คำสัญญาว่าจะเป็นผู้มีจรรยาบรรณ หากมีกฏหมายกำหนดการลงโทษที่ค่อนข้างหนักก็อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีใบ กว. ซึ่งในอดีตก็มีตัวอย่างในอารยธรรมหนึ่งซึ่งหากอาคารพังทลายเป็นเหตุให้ผู้อยู่อาศัยเสียชีวิต ผู้สร้างหรือผู้ออกแบบอาคารนั้นก็จะถูกประหารชีวิตทันที

ผมสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ มีประสบการณ์ทำงานจากต่างประเทศ มีใบวิศวกรจากต่างประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 แต่การทำเรื่องขอใบ กว. ต่อสภาวิศวกรฯนั้นทำได้ยากมาก ทั้งจะต้องไปหาหลักสูตรที่เรียนมา 17 ปีที่แล้วและแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย แม้สถาบันการศึกษานั้นจะมีชื่อเสียงและถูกรับรองโดย กพ. ขณะที่ประสบการณ์ที่ผ่านมาถูกนับให้เป็นศูนย์เพราะเริ่มนับได้ก็ต่อเมื่อได้ใบ กว. ระดับภาคีจากสภาฯ แล้วเท่านั้น อีกทั้งเมื่อมีใบ กว. แล้วก็หาซื้อประกันวิชาชีพในประเทศไทยไม่ได้ ไม่เหมือนในต่างประเทศ

การที่มีการแยกประเภทใบ กว. โดยมี วุฒิ แยกออกไปจากสามัญนั้นก็ไม่เหมาะสม เพราะทำให้เกิดเรื่องผลประโยชน์ และความซำซ้อน ในต่างประเทศที่เป็นผู้คิดวิธีคำนวณการออกแบบ ทางวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำมาใช้ ก็ไม่มีการแยกประเภทอย่างนี้ มีเพียง ภาคี ซึ่งมีเมื่อเริ่มเก็บประสบการณ์หลังสำเร็จการศึกษา และอีกประเภทก็คือ วิศวกร ซึ่งมีทั้งการศึกษาและประสบการณ์ทำงานตามที่ได้กำหนด

ผมจึงเลือกที่จะไม่สมัครทำใบ กว. ของสภาวิศวกรรมแห่งประเทศไทย  จนกว่าจะปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตราฐานของประเทศต่างๆที่เจริญแล้ว พร้อมทั้งมีการออกกฏหมายที่เป็นธรรมไม่ซำซ้อน และเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลพวกหนึ่งพวกใด และมีกรมธรรม์ประกันภัยเนื่องจารการประกอบวิชาชีพ และหวังว่าทั้งสามอย่างนี้น่าจะเกิดขึ้นภายใน 20 ปี

การสอบทุกระดับของสภาฯ เป็นเพียงมายากลระดับประเทศเท่านั้น
๑.ข้อสอบทุกระดับที่จัดสอบมีรั่วไหลออกมาเต็มไปหมด หาได้ทั่วไปแม้ในเวปแห่งนี้
๒.การรับรองผลงานระดับสามัญ วุฒิ ก็ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน มีหลายมาตรฐาน แล้วแต่เส้นใครใหญ่ เล็กขนาดไหน? แต่ที่แน่ๆคณะกรรมการไม่เคยออกไปดูและสัมผัสเลยว่าจริงๆแล้วผลงานเป็นอย่างไร? ได้แต่นั่งเทียนวาดภาพเอาจากรายงาน และลายเซ็นคนรับรองเท่านั้น
๓.ข้อสอบที่นำมาให้ทำกันก็เป็นข้อสอบเก่าที่ขึ้ราเป็นปลาร้า น้ำเน่าหนอนเต็มไปหมดแล้ว
๔.การสอบสัมภาษณ์ก็เป็นการสอบที่เป็นเพียงพิธีเท่านั้น ไม่ศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด เพราะขอเพียงให้เข้าสอบเท่านั้น จะผ่านโดยสะดวก
๕.สภาฯอันทรงเกียรติและเป็นผู้ควบคุมคุณภาพ มาตรฐานวิศวกร กลับถูกขู่ ก้าวร้าว ด่าด้วยถ้อยคำหยาบช้า เสียจนอุจจาระขึ้นไปอยู่บนสมองแล้ว จนยอมลดมาตรฐาน คุณภาพที่เคยมีและปฏิบัติกันมาช้านาน
จนน่าจะเป็นการอับอายมากกว่านะ ที่จะบอกบุคคลอื่นว่าสอบผ่านระบบการสอบต่างๆของสภาฯ เพราะคนในวงการฯเขารู้กันว่า เป็นมายากลดีๆนี่เอง แม้แต่เจ้าตัวคนเข้าสอบเองก็เถอะ รู้ดีแก่ใจเองว่าตนเองสอบผ่านมาได้อย่างไร?

 ที่จริงผมมองว่า กว มันก็มีไว้จะได้รับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ แต่ว่า มีบางคนที่สมัยเรียนอาจจะไม่ได้เก่ง เรียนผ่านๆแต่ จบ แต่ไม่ผ่านเกณฑ์การขอ กว แต่ทำงานเป็นที่มีฝีมือล่ะ คนเราเรียนเก่งไม่ได้เก่งเรื่องงานเสมอไปหรอก สภาแม่งก็แค่เอาปลายเหตุมาแก้ สุดท้ายก็เป็นเรื่องตัง ใครมีเงินแม่งก็ทำได้หมดแหละประเทศไทย

 ในเมื่อไม่เห็นด้วย แล้วจะเอาวุฒิวิศวกรไปเพื่ออะไรครับ ยังไงก็ต้องมีไว้ครับ เกิดออกแบบแล้วตึกถล่ม ไฟไหม้ แล้วใครจะรับผิดชอบล่ะ
แต่ที่ไม่ค่อยดี คือการให้ข้อมูลข่าวสารของทางสภาวิศวกร หรือแม้แต่มาตรฐาน ตอนนี้ มีความขัดแย้งด้านมาตรฐานกันเยอะมาก วิศวกรไม่เข้าใจ หรือหาเอกสารอ้างอิงกันไม่ได้ ได้แต่บอกว่า เคยทำกันมา ในฐานะที่ผมเป็นคนรุ่นใหม่ ผมว่ามีระดับขั้นเป็นสิ่งดี แต่สิ่งที่ควรปรับปรุงคือ ระบบมาตรฐานบ้านเรามากกว่า ถ้ามีความรู้มากกว่านี้ ผมก็จะขอวุฒิวิศวกร เพื่อมาประดับภูมิความรู้ที่มีอยู่

 เรียนวุฒิวิศวกร อาชีพทางด้านกฎหมาย แพทย์ บัญชี หรือสอบขั้นทางราชการ เข้าก็มีสอบเหมือนกันครับ และต้องมีผลงานทางด้านปฏิบัติด้วย ถ้าเป็นไปได้อยากให้ท่านเสนอนายกสภาวิศวกร ควรลดค่าธรรมเนียมต่างๆลงบ้าง ราคาต่างๆต้องเห็นชอบจากทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่มาจดทะเบียนประกอบวิชาชีพคิดแพง ทั้งจดทะเบียนแบบบุคคลและนิติบุคคล เพื่อผลประโยชน์โดยรวมของวิศวกรอาชีพเดียวกัน เห็นบ่นกันตลอด

 ยำมันสักทีครับพวกคนที่ทำงานในสภาวิศวกร คนเดือดร้อนเพราะมันมาเยอะแล้ว ทำอะไรไร้สาระ เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน ทำเป็นพูดเรื่องจรรยาบรรณ แล้วตัวเองมีจรรยาบรรณหรือปล่าว ครับท่าน

ที่มา  http://www.coe.or.th/e_engineers/webboard_topic.php?wtype=2&wNo=45967

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

นับถอยหลังสู่การยุติการให้บริการ Windows XP


หลังจากวันที่ 8 เมษายน 2557 ไมโครซอฟท์จำเป็นจะต้องยุติบริการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ Windows XP ที่ให้บริการมานานกว่า 10 ปี ซึ่งหมายความถึงว่าจะไม่มีการอัพเดทโปรแกรมเพื่อป้องกันความปลอดภัย (security update), บริการแก้ไขแบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย (non-security hotfixes), ทางเลือกการขอการสนับสนุนทั้งกรณีที่เสียค่าใช้จ่าย และไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการให้ข้อมูลทางเทคนิคแบบออนไลน์ (online technical content update) สำหรับผลิตภัณฑ์ Windows XP และ Office 2003 อีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งานทางธุรกิจของคุณ ดังนั้นหากคุณยังใช้งานผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งดังกล่าว บริษัทขอแนะนำให้คุณวางแผนเพื่อเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีบริการการสนับสนุนเต็มรูปแบบโดยเร็วที่สุด

ผลกระทบที่เป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ:

เมื่อเครื่อง PC ของคุณไม่มีการอัพเดทโปรแกรมเพื่อความปลอดภัย หรือ security updates อาจทำให้ระบบซอฟต์แวร์เสี่ยงต่อไวรัส สปายแวร์ และมัลแวร์ต่างๆ ซึ่งจะเข้ามาทำการโจรกรรมหรือสร้างความเสียหายให้กับข้อมูลสำคัญของธุรกิจได้ 

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จากที่เคยมีการสนับสนุนทั้งแบบออนไลน์และทางโทรศัพท์ หลังจากวันที่ 8 เมษายน 2557 จะไม่มีการสนับสนุนใดๆให้กับคุณหรือคู่ค้า

ภายหลังจากการยุติบริการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ Windows XP และ Office 2003 ซอฟต์แวร์สนับสนุนต่างๆ จะเกิดลดลงจนหาได้ยาก ในขณะที่ฮาร์ดแวร์ที่ใช้งานกับ Windows XP ก็จะเสื่อมไปตามอายุการใช้งาน เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะนำไปสู่ระบบที่ล้มเหลวและอุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจของคุณที่เพิ่มมากขึ้น

บรรดาบริษัทซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ต่างๆ จะยุติการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆของตน ที่ทำงานบน Windows XP เนื่องจากไม่สามารถขอรับ Windows XP และ Office 2003 updates เพื่อที่ต้องใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ หากเกิดปัญหากับองค์กรของคุณ


เคยไหม... ทำงานมา 1 ปี เกิดอาการเมื่อยล้า เบื่องาน



หลังจากที่ผมทำงานมานาน 1 ปี รู้สึกช่วงหลัง ๆ เกิดอาการเมื่อยล้าอยู่บ่อย ๆ บางครั้งก็เกิดเบื่องานขึ้นมา  ไม่อยากตื่นไปทำงานเลย  อยากนอนอยู่ห้องทั้งวัน (ถ้าเป็นไปได้นะ)  แต่ก็ต้องตื่นไปทำงานให้ได้  ประเดี๋ยวจะมีผลกับการทำงาน  อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?? 

การทำงานเป็นวิศวกรเทคนิคไม่ต่างอะไรกับการเป็นพนักงานฝายผลิตเลย  ทำทุกอย่าง ทุกงานที่ไม่มีคนทำ เราก็ต้องทำเอง  สรุปคือ...ไม่ควรจะคิดมาก  ไม่ควรจะคิดว่าเราเป็นวิศวกร  ควรจะคิดว่าเราเป็นสักอย่างที่ทำงานหลากหลายได้ก็พอ   เฮ่อ...ชีวิต

จริง ๆ แล้ว  การทำงานมันประกอบได้ด้วยหลายส่วน เช่น  ระบบการทำงานที่วางเอาไว้  เพื่อนร่วมงาน  หัวหน้างาน  ลักษณะงาน  ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการทำงานของเราทั้งสิ้น  ถึงแม้เราจะทำงานดีขนาดไหน  เต็มที่ขนาดไหน  แล้วผลที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้ดั่งใจ  แสดงว่าระบบการทำงานยังไม่ดี  ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานของเรามากนัก   หากระบบการทำงานถูกวางไว้ดี  การทำงานจะราบรื่น  รู้ขึ้นตอนต่าง ๆ สามารถทำงานได้เร็วขึ้น  เมื่อนั้น...เราก็จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดว่า..เกิดจากอะไร ??  

แต่..มันเป็นสิ่งที่หายากสำหรับการทำงานปัจจุบัน  หากบริษัทวางระบบดี  บริษัทนั้นก็พัฒนาไปได้ไกลกว่าคู่แข่งได้หลายเท่า   แต่ถ้าหากบริษัทไหนยังไม่รู้จักระบบการทำงานที่ดี....เมื่อนั้นก็เตรียมดิ่งลงเหวไปได้เลย  เพราะจะถูกคู่แข่งวิ่ง เหยียบแซงไปไกลหลายโล เชียวละ 555+