วันนี้ลองค้นหาบริการของ google เผื่อว่ามีอะไรเด็ดๆให้ลองใช้ ผมก็พบเข้ากับ google camera ตัวนี้ ว่าแล้วก็ลองใช้สักหน่อย พบว่า ใช้งานได้เร็วและง่ายตามแบบฉบับของพี่ google เค้าล่ะ
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Concept Design Style Topp (หลักการออกแบบ)
บ่อยครั้งที่ผมต้องทำงานเกี่ยวข้องกับการออกแบบ ถึงแม้ว่าผมไม่ได้เป็นผู้ออกแบบโดยตรงก็ตาม ลักษณะงานบางอย่างไม่สามารถคำนวณได้ด้วยโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ การคำนวณที่ได้จึงไม่ตรงตามการปฏิบัติงานจริง เป็นเพราะอะไร? ขาดอะไรไป ? ขาดข้อมูลส่วนไหน ? แล้วเราจะทำอย่างไร ? สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงในการออกแบบ ไปดูกันว่ามันมีอะไรบ้าง !!???
มุมมองต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงมีประมาณนี้ครับ
- พื้นฐานการคำนวณ
- มุมมองทางกลศาสตร์
- มุมองทางไฟฟ้า
- มุมมองทางการผลิต
- มุมมองผู้ใช้งาน
- มุมมองด้านธุรกิจ
- ค่าคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้
- จุดเหมาะสมที่สุด !!!
- ฯลฯ
วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557
ผลกระทบจากความคลุมเครือของการบริหารงานในบริษัท
นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องศึกษาเรื่องเหล่านี้อย่างมากและจริงจัง ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดในชีวิตและอาจจะยังไม่มีใครเขียนเป็นหนังสือให้อ่านมากนัก AEC ก็กำลังจะเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ บริษัทต่างๆ เริ่มปรับตัวกันอย่างหนักและอาจจะไม่ทัน เพราะบริษัทอื่น ๆ เขาปรับกลยุทธกันไปหมดแล้ว ประเมินสถานการณ์การแข่งขันไว้แล้ว
การทำงานในปัจจุบัน หากบริษัทใดบริหารงานไม่โปร่งใส มีอะไรก็ไม่บอกพนักงาน งุ้บงิ้บ ไว้แต่ในส่วนบริหารงาน โบนัสไม่จ่าย สิ่งเหล่านี้จะทำให้พนักงานหมดกำลังใจในการทำงาน หมดศรัทธาองค์กร อาจทำให้เกิดภาวะขาดคนทำงาน พนักงานลาออก เพราะว่าพนักงานไม่ได้โง่ และ มีใจรักองค์กรอยู่มากเช่นกัน (ตามนโยบายของบริษัท)
บริษัทที่ดีต้องเปิดเผยในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น การปิดบังไม่ได้ก่อให้เกิดสิ่งดีแน่นอน สักวันพนักงานก็ต้องรู้อยู่ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง และเมื่อนั้น จะมาแก้ไขเรื่องเหล่านี้ก็คงยากและสายเกินไปแล้ว
บริษัทที่พนักงาน "มีความสุขที่สุด" ในญี่ปุ่น
ผมก็เป็นหนึ่งในชีวิตการทำงานประจำ งานโรงงาน เนื่องจากทำงานเป็นวิศวกรประจำโรงงาน มีความคิดอยู่ช่วงและแหวกแนว จากนั้นกมาพบกับกระทู้หนึ่งจากเว็บ Pantip.com ก็เกิดสะกิด จน สะดุด บทความนี้ ก็เลยนำมาฝากเพื่อน ๆ ด้วยเช่นกันครับ เผื่อได้แง่คิดอะไรสักอย่าง นำไปใช้กับชีวิตข้างหน้า อาจจะมีบริษัทของตนเองก็ได้...
ในเมื่อเราไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ทำยังไงก็ได้ให้ต่างจากบริษัทอื่น" และนี่คือจุดเริ่มต้นของนโยบายของทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลกแหวกแนวแต่ดีต่อพนักงานโคตรๆ ฟังเรื่องของผมจากนี้ แล้วถามตัวเองดูนะครับว่า
คุณอยากวิ่งเข้าหาบริษัทแบบนี้รึเปล่า?
พนักงานบริษัทนี้มีความสุขที่สุดในญี่ปุ่นด้วยการบริหารงานของYamada Akio ผู้ก่อตั้งบริษัทวัย 83
1.ไม่มี OT
2. วันหยุดต่อปี 140วัน +โควต้าพักร้อน 40 วัน
3. อนุญาตให้ลาคลอด+เลี้ยงลูก 3 ปี
4. จ้างทุกคนเป็นพนักงานประจำ
5. ให้เงินสนับสนุนชมรมในบริษัททั้ง 80 ชมรม
6. พาพนักงานทั้งบริษัทไปเที่ยวต่างประเทศ 5ปีครั้ง
โดยบริษัทออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
7. ถ้าตอบคำถามถูก 50 ข้อในทริปท่องเที่ยวพนักงาน
จะได้รับวันลาพักร้อนครึ่งปี
8. ตั้งระบบเปิดรับการเสนอเพื่อปรับปรุงพัฒนา
(ถ้านำเสนอให้เพิ่ม500เยน, ถ้าแผนเข้าท่าได้ให้สูงสุดถึง 30,000 เยน)
9. เจ้านายห้ามกดดันลูกน้อยทั้งวิธีและความคิด
แล้วอย่าดูถูกไปนะครับ คุณอาจจะคิดว่า เฮ้ย! ทำแบบนี้แล้วมันจะได้ผลหรอ บริษัทจะมีกำไรมั้ย
แต่ผมขอบอกเลยว่านี่คือนโยบายบริหารที่เด่นชัดและมีผลลัพธ์ชัดเจนมากๆ เพราะบริษัท Mirai Industry ไม่เคยขาดทุนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตลอดการบริหารงานมากกว่า 40 ปี ของผู้ก่อตั้งวัย 83 ท่านนี้ "ยามาดะ อะคิโอะ" ผู้สร้างความแตกต่างให้กับวงการการทำงานประเทศญี่ปุ่น ผมขออนุญาตตบท้ายคำพูดของ CEO ท่านนี้ได้กล่าวไว้
"งานของประธานบริษัทคือ ทำให้พนักงานทุกคนมีความสุข ทำให้พนักงานทุกคนรู้สึกอยากทำให้บริษัทดียิ่งๆขึ้นไปอีกด้วยการให้สวัสดิการและผลตอบแทนดีๆกับเค้า ถ้าพนักงานมีกำลังใจ ตั้งใจในการทำงาน
แล้วส่งผลให้บริษัทมีกำไรขึ้นแล้ว กำไรที่ได้เพิ่มขึ้นมาก็ควรเอามาตอบแทนกับพนักงาน
แค่นั้นเอง งานของประธานบริษัท!"
ส่วนของบ้านเราจะเป็นลักษณะนี้
ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ครับ เอาซัก 1/5 ก็เกินพอแล้ว เรื่องวันหยุดอะไรต่างๆนานา ผมว่า นี่คือการบริหารแบบไม่ได้หลักทฤษฎีทางธุรกิจ แต่ใช้หลักมนุษยธรรมมาประกอบเข้าไปด้วย เช่นผลประกอบการ 5 พันล้านบาท เจียดมา 1 พันล้าน เค้าเหลือ 4 พันล้านบาท ก็ไม่ได้จนลงแต่อย่างใด แต่เงิน พันล้าน นำมาเป็นขวัญกำลังใจคนทั้งองค์กร อาจจจะได้ซักคนละ 4-5 หมื่นบาทก็ดีใจจะตายห่าน แต่พวก CEO ทั่วไป เค้าคงไม่คิดแบบนั้น คือโบนัสกลูออกเป็นล้าน ระดับพวก CEO สาขาก็หลายแสน กลูรวย กลูพอแล้ว
ข้างล่างจะเป็นไงก็เรื่องของมลึง
วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557
มีใครทำงานบริษัทเดียวตลอดชีวิตบ้าง?
เนื่องจากได้อ่านมาหลายกระทู้ตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็เลยโยงมาหาชีวิตของเราบ้าง ว่าสิ่งแวดล้อมการทำง่น ระบบงาน และอื่นๆ จะส่งผลให้เราเปลี่ยนงานใช่หรือไม่ แล้วผู้ทำงานนานๆในบริษัทหนึ่งๆ เขาอยู่ได้อย่างไร มีอะไรแตกต่างกันบ้าง
วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วิธีจัดการกับองค์กรที่ไร้ระบบงาน
"การทำงานที่มีประสิทธิภาพจะทำให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพ" ในความเป็นจริงอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะว่ามีปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างมาบิดเบือน ประสิทธิภาพ และ คุณภาพเหล่านั้น
การได้กับทำงานกับบริษัทที่มีระบบงานดี ชัดเจน ถือว่าโชคดีของหลายๆ คน แต่ในทางกลับกันก็มีหลาย ๆ คนทำงานกับบริษัทที่ระบบงานไม่ดี เช่น
- มีระบบ IT แต่ไม่ Support การทำงาน ออนไลน์ช้า Server ล่มบ่อย
- มีเครื่องจักร แทนที่จะช่วยคนทำงาน แต่ต้องให้คนช่วยเครื่องจักรทำงาน เอ๊ะยังไง ?
- ระบบเอกสาร การจัดเก็บข้อมูล ยังต้องใช้เวลานานในการทำงาน
- ฯลฯ
จริง ๆ แล้วเราสามารถจัดการงาน จัดระบบงานให้ดีขึ้นได้ด้วยตนเอง กับงานที่ตนเองรับผิดชอบ แต่ถ้าจะจัดระบบให้ดีได้ทั้งองค์กรนั้น ผมแนะนำว่า
ปิดบริษัท แล้วปรับปรุง ดีกว่า !!
เพราะว่าจะให้คน ๆ เดียวพัฒนาระบบงานได้ดี แต่ไม่มีใครเอาด้วยก็ไร้ประโยชน์ เอาเป็นว่าถ้ายังทำงานที่เหล่านี้ต่อไป ก็ควรต้องทำแบบนี้ครับ
วิธีจัดการความไร้ระบบ ให้เป็นระบบ
- เมื่อได้ทำงานกับลักษณะงานใหม่ หรือ เก่า แต่ยังไม่มีระบบงานรองรับ เอกสาร เครื่องมือต่าง ๆ ก็ยังไม่พร้อม ก็ให้เราทำงานนั้นไปก่อนจนกระทั่งงานนั้นสำเร็จลุล่วง อาจจะติดขัดเรื่องต่าง ๆ ก็ไม่เป็นไร
- จากนั้น ก็มานั่งเรียบเรียงวิธีการทำงานเหล่านั้นให้ลื่นไหล อาจจะเขียนเป็น Flow chart หรือ Process chart เพื่อให้เข้าใจง่าย รวมทั้งเอกสารและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องในแต่ขั้นตอนให้ชัดเจน
- แล้วรวบรวมเป็นคู่มือส่วนตัวไว้เลย หากงานนั้นเข้ามาอีก เราก็เปิดคู่มือนี้ทำตามได้ทันที แต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์ดี เราก็ทำงานแก้ไข Revision 0 1 2 3 ... ซะเลย เมื่อเราไม่ได้ทำงานเหล่านั้นแล้ว อาจมีคนอื่นมาทำงานนั้นแทนเรา เราก็มอบคู่มือเล่มนั้นให้เขาไปเลย รอให้เขามาปรึกษาก็พอ
ผมคาดว่าหลาย ๆ คนคงจะได้ที่ทำงานที่ไม่มีระบบงานชัดเจนซะเป็นส่วนใหญ่ อาจตกอยู่กับชะตากรรมเดียวกันแบบผม ก็เลยเขียนบทความนี้ อาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เพื่อน ๆ ทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น และหากเพื่อน ๆ มีวิธีอื่น ๆ ก็สามารถแบ่งปันกันได้นะครับ
วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557
" 4 ปี & 1 คืน " ความสุข ที่แสนสั้น !
มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10/7/14 ที่ผ่านมาซึ่งไม่น่าเชื่อว่าผมจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ผมกับแฟนคบกันมา 4 ปีแล้ว กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 5 หลายคนอาจมองว่าน้อยไป แต่สำหรับผม ระยะเวลา 4 ปี มันมีค่ามาก เราสองคนคบกันเป็นแฟนตั้งแต่สมัยเรียน ป. ตรี ซึ่งผมเรียนคนละคณะกับเขา เขาเรียนปี 3 ผมเรียน ปี 2 แต่อายุเราเท่ากัน เราสองคนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ผ่านเหตุการณ์ ที่เลวร้ายมามากพอสมควร มากจนพอที่ผมคิดจะแต่งงานกับเขา ตอนไปเรียนก็ต้องนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปเรียน ฝนตก ก็เปียกด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งหลายๆ เหตุการณ์มันมีความประทับใจของมันแฝงอยู่ในตัวอยู่แล้ว
จนกระทั่งผมเรียนจบก่อน แล้วผมได้งานทำแถวตลาดกิ่งแก้ว ถนนบางนา-ตราด ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่และเป็นบริษัทชั้นนำ ระดับต้นๆ ของประเทศ โดยตำแหน่งที่ผมได้รับ คือ Project Engineer บทบาทหน้าที่รับผิดชอบมันต่างจากที่ผมคิดโดยชิ้นเชิง ใครทำตำแหน่งนี้ได้ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่าคนอื่นประมาณ 2-3 เท่าตัว ยอมรับว่าเหนื่อยมาก และผมก็เต็มใจยอมรับมัน มันจึงทำให้เกิดช่องว่างตรงนี้ ระหว่างผมกับแฟน จากช่องเล็กๆ ที่ไม่มีอะไร จนสุดท้ายมันกลายเป็นช่องว่างที่ใหญ่โตจนผมไม่สามารถหาอะไรมาประสานมันคืนได้ เหมือนเดิม จนกระทั่งแฟนผมเรียนจบ หางานทำได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ เมื่อคนเราไปเจอสังคมที่เปลี่ยนไป ความต้องการมันก็ต้องมีเพิ่มมากขึ้นเป็นธรรมดา จากแต่ก่อนใช้โทรศัพท์มือถือธรรมดา ก็สามารถอยู่ได้ แต่เมื่อเริ่มทำงานเห็นคนอื่นเขาใช้ยี่ห้อ ดีๆ พวกสมาร์ทโฟน ต่างๆ ก็อยากได้เหมือนเขาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าผมพยายามทำงาน หาเงิน เพื่อที่จะนำไปใช้จ่าย support กับความต้องการของแฟนผม ซึ่งผมก็รับปากว่าจะหาให้ ถ้าซื้อสดไม่ได้ก็จะช่วยกันผ่อน
ผมทำงานหาเงิน จนไม่มีเวลาไปเจอกับแฟนผม บางอาทิตย์ ผมทำงาน ทำโอที 7 วัน เลยด้วยซ้ำ และแน่นอน "เวลา" ย่อมขาดหายไป การเอาใจใส่ การเจอหน้ากัน การไปเที่ยวด้วยกัน ย่อมหดหายไปด้วย ตลอดระยะเวลาที่ผมทำงาน หาเงิน เพื่ออนาคตของผมกับแฟน มันย่อมมีคนอื่นเข้ามาพัวพันอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริงๆ แต่เขาก็ยอมรับว่ามีคนเข้ามาคุยด้วย เทคแคร์ เอาใจใส่ดูแล แต่แฟนผมเขาก็มั่นใจว่าเขาเลือกผม พอผมได้ยินแบบนี้ผมก็มีกำลังใจทำงานอยู่แล้วบวกกับการที่ผมเชื่อใจเขาด้วย ทำให้เรื่องการมีคนใหม่ไม่มีอยู่ในหัวผมเลย ซึ่งความตั้งใจของผม คือ เงินที่กำลังจะออก week นี้ผมจะพาแฟนไปซื้อ แท็บเล็ต ตระกูล "I"
แต่ดันมีเหตุการณ์ที่ผมไม่คาดฝันมาเกิดขึ้นก่อน !!
วันที่ 10/7/14
เมื่อเขาบอกผมว่า ถ้าสมมุติเราเลิกกัน เราจะยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่ใช่มั้ย ตอนแรกผมก็ไม่คิดอะไรมาก ก็เลยถามกลับว่าเป็นอะไร ทำไมถามแบบนี้ เขาก็เงียบ จนสุดท้ายเอ่ยปากมาว่า มีคนเข้ามาทำดีกับเขา เข้ามาทำหน้าที่แฟนแทนผม และก็เป็นคนจังหวัดเดียวกันอีกด้วย ผมได้ยินที่แฟนผมบอก ผมเลยถามกลับไปว่า แล้วเลือกเขาหรอ คำตอบที่เขาพูดออกจากปาก มันทำให้ ผมช็อค ล้มทั้งยืน ขาอ่อน ปวดใจ มันเป็นคำสั้นๆ โดยเขาตอบกลับมาว่า "อืม" ผมยังพยายามคุยกับเขา แล้ว 4 ปี ที่ผ่านมาล่ะมันช่วยอะไรไม่ได้เลยหรอ ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาล่ะ
เขาไม่ตอบ ผมอึ้ง น้ำตาผมไหลออกมาผมร้องไห้
ผมเลยขอวางแล้วก็จะโทรไปหาใหม่ แต่เขาบอกว่า ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องโทรมาแล้ว ผมทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ผมร้องไห้ตลอดทางจนถึงบ้าน พยามยามโทรหาเขา เขาก็ไม่รับ ผมนอนหลับๆ ตื่นๆ คือ มันเหมือนฝันไป จากคุยไลน์กัน โทรหากัน แล้วจู่ๆ ไลน์ไปไม่ตอบ โทรไปไม่รับ คือ มันเกิดอะไรขึ้น รุ่งเช้า ผมไลน์ไปอีกรอบ ผมรู้ว่าผมไม่มีเวลา ไม่ได้เอาใจใส่ เหมือนแฟนคนอื่นๆ ผมบอกเขา ผมขอโอกาสครั้งสุดท้าย อยากทำหน้าที่แฟน อยากให้เวลา คือ ผมยอมลาออกจากงานสิ้นเดือนนี้ เพราะว่าจะได้มีเวลาไปให้เขา แต่เขา ไม่ยอมให้โอกาสผมเลย
เขาไลน์ตอบกลับมาว่า คืนก่อนหน้านั้นประมาณ 2-3 วัน มีคนเมาจะมาทำร้ายเขา ถือมีดดาบยาวจะมาฟันเขา แล้วผุ้ชายคนนั้นจะเข้ามารับคมดาบแทน เขาบอกว่า เขายอมรับซึ้งใจมาก ประทับใจกับเหตุการณ์นั้นมาก เขาให้ใจคนนั้นไปหมดแล้ว เขารัก คนๆนั้นไปแล้วเขาบอกกับผมว่า ผมได้แค่รับรู้และปลอบใจแต่ผมไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุการณ์นี้ผมก็เพิ่งรู้ด้วยซ้ำ ผมเลยขอพูดแล้วถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์นั้น คิดว่าผมจะไม่ทำแบบนั้นบ้างหรอ แต่เขาก็ตอบกลับมาว่า "คืนนั้นมันไม่ใช่ผมไง แต่มันเป็นเค้า คนนั้น" ผมอึ้ง ผมถามเขากลับไป "4 ปี เลยนะที่เราร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมา อุปสรรคต่างๆ เราก็ผ่านมาหมดแล้ว" เขาตอบกลับมาว่า "ใช่ 4 ปี กบัคนที่จะเอาชีวิตมาตายเพื่อเขา สามารถปกป้องเขาได้" เขาบอกว่าเขาให้ใจกับคนนั้นไปหมดแล้ว
แล้วผมล่ะ ที่ดิ้นรน อดทนทำงาน
ความหวัง ความฝัน ทุกอย่าง
ตลอดระยะเวลาที่คบกันมามันจบสิ้นหมดแล้ว
ผมพยายามขอโอกาสเขาขอโอกาสนั้นทำหน้าที่แฟน แม้มันเป็นความหวังเพียงเล็กๆ เท่าเศษฝุ่นก็ตาม ผมพยายามไลน์ โทร แต่เขาก็ไม่ตอบ ไม่รับ แต่ผมก็ยังหวังว่าโอกาสนั้นเขาจะมอบให้ผมได้ทำ
สุดท้ายผมไม่โทษใคร แต่ผมโทษที่ตัวผมเอง ที่ปล่อยให้มันเกิดช่องว่างระหว่างความรักกับคนสองคน ถ้าใครกำลังทำแบบผมอยู่ของให้ลองย้อนกลับไปดูคนข้างหลังที่เขารออยู่บ้าง ให้ความสำคัญกับเขาบ้าง ผมไม่อยากให้เจอเหตุการณ์แบบผม " 4 ปี & 1 คืน "
ที่มา http://pantip.com/topic/32319467
"สหกิจศึกษา สู่อาเซียน" !?
ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยว่า “ตามที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ประมวลผลการสำรวจ พบว่ามีบัณฑิตบางสาขาวิชาและหรือบัณฑิตที่จบการศึกษาจากบางสถาบันถูกขึ้นบัญชีดำที่สถานประกอบการจะไม่รับเข้าทำงาน เพราะขาดทั้งความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ในฐานะที่ มทส. ได้ตระหนักถึงปัญหานี้ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ จึงได้นำสหกิจศึกษามาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร โดยได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ ร่วมมีบทบาทในการผลิตกำลังคนระดับสูง โดยรับนิสิต นักศึกษาในระดับชั้นปีที่สามและปีที่สี่ เข้าปฏิบัติงานเต็มเวลาในฐานะผู้ช่วยวิศวกร ผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์ ผู้ช่วยนักเทคโนโลยีและอื่น ๆ ซึ่งขณะปฏิบัติงานอยู่นั้น สถานประกอบการจะมีส่วนช่วยในการสอน การฝึก การพัฒนาทักษะให้กับนิสิต นักศึกษาสหกิจศึกษา ทำให้เมื่อสำเร็จการศึกษาเขาเหล่านั้นจะเป็นบัณฑิตพร้อมทำงาน มีทักษะ รู้จักแก้ปัญหา มีวุฒิภาวะ มีความอดทน สามารถทำงานเป็นทีมได้ จากประสบการณ์ที่ มทส. เป็นสถาบันการศึกษาแห่งเดียวที่ส่งนักศึกษาสหกิจศึกษาชุดแรกจำนวน 123 คน ในปีการศึกษา 2538 มาถึงปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาไม่น้อยกว่า 100 แห่ง ส่งนักศึกษาปีละไม่น้อยกว่า 27,000 คน จึงอยากเชิญชวนสถาบันการศึกษาดังกล่าวมาร่วมวงษ์ไพบูลย์แลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมพัฒนาสหกิจศึกษาให้แพร่ขยายไปในประชาคมอาเซียน
อธิการบดี มทส. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน มทส. เป็นสมาชิกระดับเงินของสมาคมสหกิจศึกษาโลก เคยเป็นเจ้าภาพการประชุมวิชาการสหกิจศึกษาโลก ปี 2544 ปัจจุบันเป็นสำนักงานของสมาคมสหกิจศึกษาโลกรองภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก WACE ISO@SUT ซึ่งกำลังจะขยายเครือข่ายไปยังมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนปี2558 โดยอาจจะผ่านทางกรมอาเซียน หรือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN) นอกจากนั้น บุคลากรของ มทส. ยังมีส่วนเป็นวิทยากรให้กับสมาคมสหกิจศึกษาไทยและ สกอ. ในการอบรมเชิงปฏิบัติการสหกิจศึกษา หลักสูตรคณาจารย์นิเทศสหกิจศึกษา มาประมาณ 20 รุ่น และได้เปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษาทางสหกิจศึกษามาตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 เนื่องจากจะมีการเลื่อนไหลอย่างอิสระขอแรงงานความรู้ นิสิตนักศึกษา ในสังคมไร้พรมแดน หากมีการผนึกพลังของสถาบันอุดมศึกษาไทยเป็นผู้นำด้านสหกิจศึกษาในประชาคมอาเซียน น่าจะเรียกศรัทธากลับมาได้บ้าง หลังจากที่ World Economic Forum-WEF จัดคุณภาพระบบอุดมศึกษาไทยอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน” ศ. ดร.ประสาท กล่าวสรุป
ที่มา http://web.sut.ac.th/2012/news/detail/1/news20140922
ที่มา http://web.sut.ac.th/2012/news/detail/1/news20140922
วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557
ท่องเที่ยว มทส ฤดูฝน (ตอนที่ 1)
ทำงานมาก็เกือบจะสองปีแล้ว วุ่น ๆ อยู่กับงาน ไม่ได้ไปเปิดหูเปิดตาที่ไหนเลย ช่วงนี้เลยถือโอกาสลาพักร้อนหลังปิดโปรเจคใหญ่แห่งปี หนีไปท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ๆ คุ้นเคยดีกว่า นั่นคือ มทส
สมัยเรียนผมไม่เคยคิดหรอกว่า จริง ๆ แล้ว มทส นั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่นกัน ตอนนั้นอาจจะวกวนกับการเรียนอยู่มั้ง ก็เลยไม่คิดเอะใจว่าบรรยากาศแบบนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ชีวิตต้องการ พอมาทำงานเจอะเจอแต่ความวุ่นวาย ก็เลยอยากกลับสัมผัสบรรยากาศอันแสนสงบบ้าง
ตอนที่กำลังเขียนอยู่นี้ ผมยังไม่ได้ออกเดินทาง แต่ก็นั่งเขียนเกริ่นนำไปพลาง ๆ ก่อน เผื่อมีเพื่อน ๆ เข้ามาติดตามบล็อกของผมแห่งนี้ จะได้พาไปสัมผัสบรรยากาศสด ๆ กันเลย
ช่วงนี้เป็นฤดูฝน ฝนคงตกทางโคราชตลอดทางแน่ ๆ ปกติจะเป็นเช่นนั้น การเดินทางก็อาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก แต่ทำไงได้ ผมได้เริ่มโปรเจคท่องเที่ยวนี้แล้วสิ ก็ต้องเดินตามฝันต่อไป ...
ขอบคุณภาพ ตามเครดิตในภาพ
วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557
การเรียนหลังวัยทำงาน
การเรียนก่อนวัยทำงานนั้น น้องๆ ส่วนใหญ่จะหาที่เรียนดีๆ มีคุณภาพ เพื่อหวังว่าจะเอาความโดดเด่นของสถาบันนั้น ๆ ไปสมัครงานและสร้างข้อได้เปรียบ แต่พอทำงานไปได้สักพักแล้วทำให้เราอยากจะเรียนเพิ่มเติมหรือเรียนรู้ด้านอื่น ๆ อีกล่ะ ??? จะคิด จะทำ อย่างไร ??
หลายๆ คนในวัยทำงานจะไม่ค่อยเรียนต่อสักเท่าไร แต่ถ้าคิดจะเรียนต่อล่ะ ?? สถาบันยังเป็นทางเลือกที่สำคัญอยู่เช่นกัน แต่จะเพิ่มปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาอีก เช่น ค่าเล่าเรียน การเดินทาง เวลาเรียนที่ไม่กระทบงานประจำ เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เราต้องเริ่มคิดปรับกระบวนการใหม่......เพื่อให้อยู่รอด !!! หุๆๆ
สำหรับผมแล้ว ก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดอะไรมากมายขนาดนี้ แต่พอทำงานไปได้สักพักหนึ่งก็เริ่มคิดอยากเรียนเพิ่มเติมในสายอื่นหรืออาจจะเรียนต่อเนื่องสายเดิมก็ได้ แต่ทำไงดี การเดินทางไม่ค่อยชินกับที่ใหม่ ที่เรามาอยู่มาทำงาน จุดตัดสินก็เลยอยู่ที่ปัจจัยเหล่านี้ครับ
- ค่าเล่าเรียนไม่แพงเกินไป แต่ขอให้ได้ความรู้ไปต่อยอด เพราะ ป.ตรี ที่ผมเรียนจบมานั้น ก็หนักเอาการแล้ว
- สถาบันที่เปิดสอนต้องอยู่ใกล้ที่พักและที่ทำงาน เพราะว่าเวลาเรียนเสร็จจะได้กลับมาพักผ่อนง่าย ๆ และไม่เสียเวลาด้วย
- การเดินทางก็เช่นกัน รถจะต้องไม่ติดมากเกินไป เวลาไปเรียนจะได้ไปทันเวลาไม่เสียความรู้นั้นไป
- เวลาเรียนต้องไม่กระทบงานประจำ ถ้าหากเวลางานกับเวลาเรียนชนกันแล้ว ก็จะทำให้เราพลาดการเรียนนั้นไป เป็นไปได้ก็จะใช้เวลาเสาร์ อาทิตย์ ในการเรียนจะดีกว่า
ในส่วนของสาขาวิชาที่จะเรียนนั้น จริงก็ไมีหลายสาขาที่อยากเรียนรู้ แต่พอมาทำงานสักพักนึงก็นึกแปลกใจว่า ทำไมสายงานริหารถึงมีความสำคัญต่อธุรกิจจังเลย ?? ก็เลยคิดว่าจะเรียนรู้ด้านนี้ดูบ้าง อาจจะเป็นสาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ก็ได้ เพราะถ้าต่อ ป.โท บริหารธุรกิจ ก็ยังเป็นสายต่อเนื่องกันนั่นเอง สำหรับ ป.ตรี ที่ผมเรียนจบมานั้นเป็นสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มุมหนึ่งก็อยากเรียนสาขาที่ไม่หนักเอาการอย่างที่ผ่านมาบ้าง ^_^
สำหรับบทความนี้ก็อาจเป็นแนวคิดดี ๆ สำหรับเพื่อนๆ ผู้อ่านได้บ้างนะครับ แก่นแท้ของชีวิตก็คือ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เราพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องตามมาด้วย เป็นสิ่งที่ผมยึดดำเนินชีวิตอยู่เสมอ ขอบคุณที่ติดตามครับ
วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557
Excel VBA DVD หลังจากอ่านหลายเล่มก็ยัง งงๆ
หลังจากซื้อหนังสือมาหลายเล่ม อ่านแล้วก็ยัง งงๆ วันนี้ไปร้านหนังสือก็เลยจัดสักดอก โดยหาซื้อ Excel VBA DVD ชุดนี้มาลองนั่งเรียนรู้ (ส่วน Word ก็มีเช่นกัน) ก็พบว่าเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเห็นผลการทดสอบโปรแกรมนั้นด้วย ทำให้ย่นระยะเวลาได้มาทีเดียว
การทำงานบางครั้งก็ต้องการให้โปรแกรมทำงานแบบอัตโนมัติบ้าง จะได้ประหยัดเวลาของเราสักหน่อย หากมัวแต่มานั่งดูข้อมูล โยกไปโยกมา มันเสียเวลามากเลย มีทางเลือกนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งาน Ms Office ที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์เราๆ
วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557
AVG Internet Security ดีจริงหรือป่าว..ไม่รู้ ?
หลังจากที่ งง ๆ กับ NOD32 อยู่พักหนึ่ง บางทีต้องรอการอัพเดทหรือไม่ก็คลิกสแกนเพื่อให้มันทำงานเป็นต้น แต่จริง ๆ แล้วผมใช้ AVG มานานพอสมควรและการทำงานส่วนใหญ่ถือว่าดี การทำงานเป็นแบบ Real time จริง ๆ และค้นหา Trojan ได้มากสมควร ซึ่งก่อนหน้านี้ผมใช้ NOD32 สแกนไวรัสก็ยังไม่เจออะไรเลย ??? แปลกใจจริง ??
รุ่นี้เป็นรุ่นล่าสุดที่ผมโหลดมาใช้แบบ Trial 30 days เพราะว่าอยากรู้คุณสมบัติและประสิทธิภาพว่าดีขนาดไหน ตอนนี้ก็ใช้งานสแกนหาไวรัสจนทั่วทั้งเครื่องแล้ว ก็ไม่พบอะไรในคอมพิวเตอร์อีกเลยย แต่เดี๋ยวต้องลองใช้สักพักก่อนถึงจะสรุปได้ เดี๋ยวมาอัพเดทอีกครั้งครับ
วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557
ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น ทับกวาง สระบุรี
วันนี้เดินทางไปทำธุระที่สระบุรีและไปต่อที่ลพบุรี ระหว่างผ่านโรงปูนแถวๆ นั้น รู้สึกหิวขึ้นมา เพื่อนในรถคนหนึ่งพอจะรู้จักร้านละแวกนี้ก็เลยแนะนำขึ้นมา เมื่อตกลงกันได้ก็เลยจอดข้างทางกินร้านนี้เลย (ตามแผนที)
เมื่อเข้ามาในร้านก็รูสึกได้รับรรยากาศแบบท้องทุ่ง ไม่ร้อน เพราะกินตั้งแต่เช้า 555+ ดูรายการอาหารก็มีหลากหลายดี แต่ราคาค่อนข้างในเมืองนิดนึง(ราคาสูง) ผมก็เลยสั่งเป็นก๋วยเตี๋ยวน่องเป็ดมาลองสักชามหนึ่ง โอวว ว้าวว... น่องใหญ่มาก สรุปคือ ตอนนั้นกินอิ่มอยู่ท้องดีมาก แต่เส้นเล็กลวกไม่นานนัก ก็เลยไม่ค่อยนุ่มเท่าไร ก็พอใช้ได้ครับ
วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557
ฤดูเห็ดออก (เก็บเห็ด)
เห็ดปลวก เห็ดแป้ง เป็นเห็ดที่หาได้ง่ายกว่าเห็ดชนิดอื่น ๆ เห็ดเหล่านี้จะงอกออกหลังจากฝนตกหนัก ๆ สักช่วงหนึ่ง หลังจากนั้นชาวบ้านจะพากันออกหาเห็ดเหล่านี้มาขายหรือนำมาแกงกินเองภายในครอบครัว ปัจจุบันนี้ผืนป่าถูกบุกรุก ถากถางไปเยอะพอสมควร ทำให้ระบบนิเวศขาดสมดุล เป็นเรื่องยากที่จะหาเห็ดชนิดต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน
การนำมาประกอบอาหารก็ไม่ยากมากนัก เพียงนำเห็ดมาล้างดิน ขูดดินที่ติดรากออกไป แช่น้ำสักหน่อยเพื่อให้ดินหลุดออกจากดอก จากนั้นก็ต้ม แกง ผัด หรือซุปเห็ดก็อร่อยไปอีกแบบ สำหรับใครที่อยากกินเมนูเห็ดที่ว่ามานี้ ต้องลองไปอยู่แถวต่างจังหวัดสักพักหนึ่ง หรือไม่ก็เดินไปหาซื้อแถวตลาดเผื่ออาจะมีขายบ้าง แต่คาดว่าคงจะหาซื้อยากพอสมควร
อุตสาหกรรมการเกษตรของไทย ยังไม่เป็นระบบอยู่หลายด้าน หากหลายๆ ฝ่ายทำงานเชิงรุกกันมากขึ้น คาดว่าจะทำให้ไทยเรามีของกินเต็มบ้านเต็มเรือนมากกว่านี้ ของป่าทุกอย่างจะนำมาเพาะเลี้ยง ปลูกไว้ในแปลงได้เอง แม้แต่จิ้งหรีด ปลา กบ ฯลฯ ก็เลี้ยงได้เช่นกัน ทุกววันนี้ชาวบ้านก็เลี้ยงได้ด้วยตนเอง โดยไม่หวังพึ่งเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ
ปลาหมอบืน เกยตื้น
วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557
HOT ! BLOGGER & BLOGSPOT FAST MAKE MONEY & SEARCH ENGINE
หลังจาก Blogspot มานาน และ ติด Adsense มาพักหนึ่ง ก็เอะใจว่า...
ทำไมรายได้ที่เข้ามานั้น ส่วนใหญ่มากบล็อกของเราทั้งสิ้น !?
นอกจากจะเป็น blogspot.com แล้ว ยังมี .uk .sg .co.nz ....???? ทำไมถึงไปไกลขนาดนั้น แต่ข้อสรุปที่ได้จากข้อมูลนี้ ทำให้ผมเห็นชัดเจนว่า รายได้ส่วนใหญ่มาจากบล็อกของตนเอง
จริง ๆ แล้วก็มีเว็บไซต์ .com อยู่เช่นกัน เพิ่งจะทำรายได้ไม่ถึง $1 แต่ก็มีแนวโน้มที่ดี คงต้องรอผลในอีกหลาย ๆ เดือนว่าเว็บไซต์ที่ผมมีนั้น จะทำรายได้เข้ากระเป๋า เท่ากับ Blogspot ตัวหรือไม่
อีกมุมหนึ่งก็คือ Search Google คงแรงมากเลยที่เดียว เนื่องจากผมเห็นความเคลื่อนไหวจาก การปรับปรุงบล็อก มีการเสนอให้ลองโฆษณากับ Google Adword ตลอดจนการแป่งปันทาง google+ อีกด้วย
นับว่าเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ คราวนี้หากเรามองแนวโน้มออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็สามารถหารายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมได้เป็นอย่างดี
วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ดอกไม้งามยามฝนตก
ความสวยงามใดๆ ล้วนเกิดจาดมุมมองทั้งนั้น การอยู่รวมกันหลายสิ่งอาจดูไม่แตกต่างกันมากนัก แต่หากเรามองแบบเจาะจง จะพบว่า ความสวยงามที่อยู่ภายในนั้น มีความงดงามที่ยากจะบรรยายกันเลยทีเดียว
วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ร้านกาแฟหลังสถานีรถไฟ
กลับไปบ้านทีไร เป็นต้องแวะเข้าร้านนี้ทุกที เนื่องจากผมเป็นคนชอบกาแฟอยู่แล้ว จึงไม่ต้องอธิบายมาก 555+ นอกจากนี้ยังมี Wifi บริการฟรี! อีกด้วย แถมยังเร็วอีกด้วย
ระหว่างรอรถไฟ ซึ่งเป็นช่วงต่อในการเดินทาง การได้แวะร้านแบบนี้ท่ามกลางการรอคอย ...เป็นสิ่งที่คุ้นเคยมานาน ถึงแม้จะกลับถึงเกือบค่ำก็ตาม
จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้เป็นการเติมเต็มให้กับชีวิตช่วงหนึ่ง บางสิ่งที่เราขาดหายไปจะได้บางอย่างที่มาทดแทนเสมอ

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
14 ข้อคิดที่ได้จากการทำงานประจำมาครบ 10 ปี
- 1. วิธีการขึ้นเงินเดือนที่เร็วที่สุดคือการย้ายงาน ไม่ใช่ขึ้นตำแหน่งในบริษัทเดิม
- 2. ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด บริษัทไม่รักคุณเท่าครอบครัวของคุณหรอก
- 3. อย่าทำงานจนละเลยสุขภาพของตัวเอง
- 4. ไอ้คนที่พูดแต่เรื่องให้คุณเสียสละทุกอย่าง ถวายตัวกับงาน ,office คือบ้าน ต้องกลับดึก ฯลฯ , พูดเรื่อง company loyalty/spirit/team work ซ้ำไปซ้ำมา คือคนที่หลอกใช้คุณเพื่อความเจริญของเขาเอง
- 5. คนที่เจริญได้เพราะนำเสนอ+ทำ powerpoint+สรุปงานเก่ง แต่ทำงานไม่ได้เรื่องเหี้ยอะไรเลยมีอยู่จริง คุณเหนือกว่าพวกเค้าได้ด้วยการทำงานให้เก่งด้วย+present ตัวเองเก่งด้วย
- 6. ควรเก็บออมเงินตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน เพราะปีแรกของการทำงานคุณจะสนุกกับการใช้เงินจนลืมเก็บตังค์
- 7. ผมเคยทำงานแบบถวายหัวชนิดทิ้งทุกอย่าง ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัว ทิ้งเพื่อนฝูง เพื่องาน เพื่อลูกค้า เพื่อบริษัท สุดท้ายผมก็ได้เรียนรู้ว่าผลตอบแทนที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเงิน ลมปาก เหล้า-เบียร์ฟรี ข้าวฟรี มันชดเชยสิ่งที่ผมเสียไปไม่ได้เลย
- 8. ตอนคุณไปคุยเรื่องขอลาออก ถ้าเค้า offer ตำแหน่งให้ถ้าคุณอยู่ต่อ นั่นเป็นเรื่องโกหก 100% คุณอยู่ต่อคุณก็ไม่ได้ขึ้นตำแหน่งหรอก
- 9. ความสามารถในการขวนขวายหาความรู้ด้วยตัวเองและกล้าที่จะลองผิดลองถูก จะช่วยให้คุณไปได้ไกลกว่าไอ้พวกงอมืองอเท้ารอคนอื่นมาสอน
- 10. เพื่อนร่วมงานมีทั้ง “เพื่อน” และ “คนรู้จัก” อย่าไปคาดหวังว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนที่จริงใจกับคุณ
- 11. จงพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ นอกเหนือจากอะไรที่เกี่ยวกับงานที่คุณทำอยู่เสมอ หลายๆ อย่างที่คุณไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกับงาน มันสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้
- 12. ภาษาอังกฤษสำคัญมาก
- 13. จงใช้วันลาพักร้อนให้เต็มที่ อย่าเกรงใจ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ
- 14. ความอดทน ใจเย็น สำคัญมาก จงหัดทำหน้ายิ้มแต่ด่าไอ้เห้ในใจไว้
credit : จากWasin Plynoi Waeosri
เเชร์ได้ครับ
วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ธุรกิจเคาน์เตอร์เซอร์วิสออนโมบาย คืออะไร?? (ผมกำลังทำอยู่...)
9 TOP UP ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาเทคโนโลยี “เคาน์เตอร์เซอร์วิสออนโมบาย” เปิดตัวบริการชำระเงินออนไลน์ครบวงจรทั้งแบบเติมเงินและการชำระบิล
บริษัท ไนน์ท๊อปอัพ จำกัด หรือ 9 TOP UP ผู้นำด้านนวัตกรรมธุรกิจเติมเงินและชำระบิลออนไลน์ครบวงจร ในรูปแบบ “เคาน์เตอร์เซอร์วิสออนโมบาย” ประกาศความสำเร็จขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ครบ 100,000 รหัส เตรียมเดินเกมรุกเต็มรูปแบบ ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาและเปิดตัวเปิดตัวเทคโนโลยีสุดล้ำ Smart Topup System Version2 หรือ STS 2 ที่จะยกระดับการชำระเงินออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือให้ครอบคลุมทั้งบริการแบบเติมเงินและการชำระบิลต่างๆ
นายสิทธิไกร ตลับนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไนน์ท๊อปอัพ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน 9 TOP UP ถือเป็นผู้นำนวัตกรรมการให้บริการธุรกิจเติมเงินและชำระบิลออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือที่ทันสมัย โดยได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยชูจุดเด่นที่สำคัญคือ การเป็นเจ้าของเทคโนโลยี Smart Topup System หรือ STS ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิม เบอร์เดิม ให้สามารถทำการเติมเงินมือถือได้ทันทีทุกเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น AIS DTAC หรือ TRUE นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถทำรายการเติมเงินและรับชำระบิลต่างๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชม. จึงทำให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวก รวดเร็ว มากขึ้น
“นับตั้งแต่การเปิดตัว 9 TOP UP ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ถือได้ว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด โดยล่าสุดมีผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกและนักธุรกิจ 9 TOP UP รวมแล้วเกินกว่า 100,000 รหัส โดยผู้ใช้บริการต่างรู้สึกประทับใจในความสะดวก รวดเร็วของการใช้บริการที่สามารถเติมเงินหรือชำระเงินได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง โดยการใช้บริการแต่ละครั้งใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที” นายสิทธิไกร กล่าวเสริม
ทั้งนี้ สำหรับบริการเติมเงินและชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือของ 9 TOP UP นั้น มีความโดดเด่นในด้านความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย เพียงซื้อซีเรียลนัมเบอร์ แล้วนำซีเรียลนัมเบอร์ไปลงทะเบียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพียงเท่านี้ก็จะได้สิทธิ์ในการใช้โปรแกรมSTS ซึ่งสามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกรุ่นทุกระบบ และหลังจากได้มีการเติมเงินเข้าระบบแล้ว โทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นก็จะสามารถให้บริการเติมเงินได้ทันที
โดยล่าสุด บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ในการพัฒนาโปรแกรม STS ให้ล้ำหน้าไปอีกขั้นในชื่อโปรแกรม STS Version2 เพื่อให้บริการที่ครอบคลุมทั้งการชำระค่าโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน และรายเดือน รวมไปถึงการรับชำระค่าบริการสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าบัตรเครดิต ค่าบัตรทางด่วน และอื่นๆ อีกมากมาย โดย
สมาชิกสามารถดำเนินการชำระบิลได้แบบออนไลน์ตลอด 24 ชม.ทำให้สะดวก รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญยังมีผลตอบแทนกลับคืนสู่สมาชิกทุกครั้งที่ทำรายการ
“สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้วางแผนรุกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเตรียมงบประมาณในการลงทุนในอีก 3 ปีข้างหน้า รวมกว่า 100 ล้านบาท โดยจะเน้นที่การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการให้บริการ และงบลงทุนในการสร้างแบรนด์และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด”
นอกจากนี้ นายสิทธิไกร ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการขยายธุรกิจเพื่อรองรับ AEC ว่า นอกเหนือจากการขยายธุรกิจในประเทศไทยแล้ว ทางบริษัทได้วางแผนที่จะขยายการให้บริการสู่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับ AEC ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งทางบริษัทฯ ได้วางแผนในเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งเทคโนโลยีของ 9 TOP UP สามารถรองรับการให้บริการได้อย่างไม่จำกัด นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาซอฟแวร์และรูปแบบการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับการให้บริการให้ครบวงจรเพื่อเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ใช้บริการ
ที่มา ..
http://www.hooninside.com/news-detail.php?id=244051
วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
สลัดผักรวม กับ สเต็กหมูพริกไทยดำ
มันเป็นเมนูประจำบางวัน หลังจากเล่นบอลเหนื่อยๆก็เลยพากันมากินอาหารเบาๆ ก่อนแยกย้ายเข้าห้อง สีสันน่ารับประทานมากๆ
วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








































